12.9.56

อันดับ ๘...ขอวิพากษ์ด้วยคน

      ตอนนี้ไปประชุมที่ไหน เขาก็พูดกันแต่เรื่องที่ WEF จัดอันดับ
การศึกษาไทย อยู่ลำดับท้ายๆ ของโลก และเมื่อเทียบกับกลุ่ม
ประเทศอาเซียนด้วยกัน อยู่อันดับ ๘ ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายเพราะ
WEFมิได้นำมาจัดอันดับด้วยอีก ๒ ประเทศคือลาวและเมียนมาร์
บางท่านก็ซ้ำเติม บางท่านก็สงสัยเรื่องตัวชี้วัด บางท่านก็กระตุ้น
ให้รัฐหันมาใส่ใจการศึกษามากขึ้น
     ผมขอแสดงความเห็นด้วยคน แต่ผมคงไม่บอกว่าเห็นด้วยหรือ
ไม่เห็นด้วยกับอันดับ ๘ ที่ไม่น่าภูมิใจนี้ ผมคงมีความเห็นว่า "เรา
คือทั้งรัฐบาล ข้าราชการประจำในกระทรวงศึกษาธิการ ครู รวมถึง
ชาวบ้านทุกคนแหละต้องมาช่วยกันดูแลการศึกษา ที่สำคัญที่สุด
ก็รัฐบาลนั้นแหละ....ถ้ารัฐบาลเอาจริง แล้วข้าราชการไม่ทำ
ประชาชนไม่ช่วย ค่อยมาโทษคนอื่น"
      สิ่งที่รัฐน่าจะต้องแก้ไขโดยด่วนที่สุด ในทัศนะผมคือ......
      (๑)เลิกระบบวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา
โดยทันที เพราะระบบนี้ไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ
แต่อย่างใดเลย วิทยฐานะครูไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนของนักเรียนในทางบวก  แต่อาจมีความสัมพันธ์ทาง
ลบเมื่อครูมีแรงจูงใจผิดๆ(ตามธรรมชาติมนุษย์ที่ยังมีรัก โลภ โกรธ
หลง...คือมีกิเลส) ผมว่าต้องยกเลิกระบบนี้ครับ หาระบบค่าตอบแทน
ให้ครูใหม่ อย่าให้ครูต้องใช้กระดาษเปลืองเป็นตั้งๆเพื่อเลื่อน
วิทยฐานะกันเลย
      (๒)ต้องยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาครับ ผมเทียบเคียงการ
ปฏิบัติงานของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในปัจจุบัน
กับสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด/สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ
ในอดีตแล้ว ผมว่าโครงสร้างการบริหารเดิมมีประสิทธิภาพมากกว่า
ปัจจุบัน  แต่เราจะกลับไปใช้โครงสร้างเดิมคงจะถูกตำหนิว่าถอยหลัง
ก็เอาเป็นว่า ควรให้ท้องถิ่นจัดการศึกษาให้ลูกหลานเขาเองจะดีกว่า
แล้วส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้เข้มแข็ง แบ่งเบาภาระของรัฐไปมากๆ
รัฐจัดการศึกษาเพื่อเป็นแบบอย่าง หรือเพื่อการทดลองเท่านั้นก็พอแล้ว
โรงเรียนของรัฐก็จะมีน้อย และให้ขึ้นตรงกับทางกระทรวงศึกษาธิการ
เลยก็ได้ โรงเรียนในพื้นที่เกือบทั้งหมดก็จะเป็นโรงเรียนของท้องถิ่น
กับโรงเรียนของเอกชน ยุบเลยครับ สพป. ยุบตำแหน่ง ผอ.สพป.ด้วย
      (๓)แก้ปัญหาคอรัปชั่นให้สำเร็จ ถ้าแก้ไม่สำเร็จอย่าไปหวังเลยว่า
คุณภาพการศึกษาจะดี ทุกวันนี้ผมมองเห็นโลกแง่ร้าย ทั้งส่วนกลาง
ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น เกิดปัญหาคอรัปชั่นมากจนน่ากลัว กลัวว่า
วันหนึ่งตื่นขึ้นมาจะพบว่าเราไม่มีประเทศจะอยู่เพราะเรากินเนื้อตัวเอง
ไปจนหมด  เมื่อเด็กไทยเติบโตมาในสภาพแวดล้อมนี้ เรียนจบออกมา
ก็มีแนวโน้มไปในทิศทางไม่พึงประสงค์เสียละมาก โตขึ้นก็ทำตามแบบ
ตามอย่างที่ไม่ดีไม่งาม รัฐต้องแก้จริงจังครับ เหยาะแหยะจะไม่มีแผ่นดิน
อยู่กันทั้งหมดนี่แหละ
      ทำสามอย่างนี้สำเร็จ มีแววว่าเราจะดีขึ้น(จริงๆ) คืออันดับดีขึ้น
นักเรียนเรียนดีขึ้น นิสัยดีขึ้น....ไม่ใช่ดีขึ้นแบบโกหกตัวเองไปวันๆ
จบแล้วครับ...จบการวิพากษ์.
     

18.6.56

ที่....รัสเซีย

     ผมได้รับแจ้งจาก สพฐ.ให้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย
ระหว่าง ๗-๑๓ มิ.ย.๕๖ เดินทางเช้าวันที่ ๗ อยู่ที่มอสโคว ๒ คืน
จากนั้นไปนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อยู่ที่นี่ ๓ คืน เดินทางกลับเย็นวันที่
๑๒ ถึงไทยเช้าวันที่ ๑๓ จบการศึกษาดูงานต่างประเทศ มาทำงานใน
ประเทศต่อไป มีเรื่องเล่าเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังนี้
     ที่นครมอสโคว ไปดูมหาวิทยาลัยมอสโคว พระราชวังเครมลิน
วิหารเซนต์ บาเซิล สถานีรถไฟใต้ดิน พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่ แชมเบอร์
โบสถ์อัสสัมชัญ วิหารเซ็นต์ เดอะซาเวียร์
     นครเซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ไปชมพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ มหาวิหารเซ็นต์
ไอแซค พระราชวังแคทเธอรีน พระราชวังฤดูร้อนเปโตรควาเรสต์ และ
โบสถ์หยดเลือด เมืองนี้มีแม่น้ำลำคลองงดงามมาก และอากาศหนาว
มากเช่นเดียวกัน
     ผมจะเล่าเรื่องเป็นเหมือนบทสรุป และเล่าแต่เรื่องดีๆของเขานะครับ
เรื่องไม่ดีก็มีบ้าง แต่ข้ามไปเสีย ตอนท้ายจะลงภาพถ่ายให้ดูสักสี่ห้าภาพ
พอให้เห็นบ้านเมืองของเขา
     เรื่องของคน.......คนที่พบเห็น ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งผิวขาว ตัวเล็กๆเท่า
คนไทย ที่ตัวโตๆ ก็มีแต่ไม่มากนัก บางคนรูปเค้าใบหน้าคล้ายคนเอเชีย
ดูเป็นกึ่งยุโรป กึ่งเอเชียสมกับที่ประเทศนี้คร่อมอยู่สองทวีปจริงๆ
หญิงสาวที่สวยๆน่ารักมีมาก คนหน้าตาธรรมดาก็มีทั่วไป ผู้ชายหล่อๆ
ก็มากเช่นกัน ผิวพรรณจะขาวละเอียดต่างจากฝรั่งอั้งม้อที่ผิวขาวแต่
ค่อนข้างหยาบ
     เรื่องของสัตว์......พบเห็นนกพิลาป(เยอะมาก) นกกระจอก และ...กา
อยู่ทั่วไป นกพิลาป นกกระจอกเหมือนบ้านเราเปี๊ยบ แต่กา จะเป็นสีเทา
สลับดำ ร้อง...ก๊า....ก๊า...ทั้งสามชนิดเชื่อง ไม่กลัวคน  สัตว์อื่นไม่พบ
เพราะเราอยู่แต่ในเมือง
     เรื่องอาคาร บ้านเรือน สถาปัตยกรรม รวมทั้งถนนหนทาง....คงต้อง
บอกว่า....."สวย และสะอาด" สิ่งก่อสร้างทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโบสถ์
วิหาร พระราชวัง ฯลฯ ล้วนงดงามอย่างยิ่ง บ่งบอกถึงความเจริญก้าวหน้า
ทางวิทยาการด้านศิลปะ และเทคโนโลยีในการสร้าง สิ่งดีงามอีกอย่าง
ที่รับรู้มาก็คือ...สมบัติของชาติ...เหล่านี้ คนรัสเซียปกปักรักษาไว้ได้อย่าง
แลกกับชีวิตจริงๆ เพราะนครเซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก ถูกฮิตเลอร์โจมตีอย่างหนัก
คนรัสเซียรวบรวมสมบัติของชาติ เอาไปให้พ้นมือศัตรูด้วยการซุกซ่อน
ถ่วงในแม่น้ำ เมื่อศัตรูถอนกำลังไปก็นำกลับมาเป็นของชาติตามเดิม
ส่วนใดรักษาไว้ไม่ได้ ถูกกองทัพศัตรูยึดไป ก็นำคนเก่าที่รอดตายมาให้
รายละเอียดว่าของเดิมมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ตั้งอยู่ตรงไหน แล้วสร้าง
ขึ้นใหม่ให้มีสภาพคล้ายของเดิมมากที่สุด....ในทัศนะผมน่าทึ่งมาก
และอยากให้คนไทยมีคุณลักษณะแบบนี้........ส่วนถนนหนทางของรัสเซีย
ดูเป็นระเบียบและสะอาดครับ สะอาดมากๆ ไม่พบว่าคนในรถเก๋ง หรือรถ
โดยสารโยนขยะออกมาใส่ถนน เช่นที่เราพบเห็นบ่อยๆที่บ้านเรา สภาพ
ถนนก็แข็งแรงราบเรียบ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ  ริมทางพบเห็นบ้านในชนบท
เขาเรียกว่า...ดาซาร์...เป็นบ้านที่คนในเมืองออกมาพักผ่อนในวันหยุด
ไม่พบเห็นการถมดินนะครับ ที่เอียงๆ ก็ปลูกบ้านได้... ถ้าบ้านเราก็ถมกัน
อุตลุต ถมทีหลังย่อมสูงกว่า...แต่รัสเซีย ไม่มีถมดิน ที่ยังไงก็สร้างงั้น
ส่วนที่พักอาศัยในเมือง จะเป็นอาคารสูงครับ มีระบบทำความอบอุ่น
เพราะหน้าหนาว หนาวถึงติดลบหลายสิบองศา.....ผมมาเมืองเขาในฤดู
ร้อน อุณหภูมิประมาณ ๑๕ องศา แต่ลมแรงและหนาวจับใจ(คนผอมๆ)
ถ้ามาหน้าหนาว ผมคงอยู่ไม่ไหวแน่ เรื่องเทคโนโลยีทันสมัย รัสเซีย
ดูจะไม่ทันญี่ปุ่น ญี่ปุ่นไปทางไหนก็ทันสมัยทะลุโลก แต่ลึกๆแล้วรัสเซีย
ก็คงไม่ด้อยกว่าใคร โดยเฉพาะด้านอาวุธยุทธโธปกรณ์และด้านอวกาศ
อย่างรถไฟใต้ดินในมอสโควนั้นมีมาร้อยกว่าปีแล้ว สถานีใต้ดินโอ่โถง
ราวกับวัง เส้นทางใต้ดินเขาว่ารวมแล้วกว่า ๖๐๐ กม. ....แม่น้ำ ลำคลอง
ของรัสเซียสะอาดมาก ไม่เห็นขยะลอยฟ่องเลื่อนกลาด น้ำใสกว่าเรา
หลายเท่า เรือแพสัญจรไปมาดูน่าสบาย เสียดายไม่มีโอกาสลงเรือ  
     เรื่องของการศึกษา......ในรัสเซีย การศึกษาก่อนวัยเรียนจะอยู่ในรูป
ของสถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาล คล้ายๆกับบ้านเรา ส่วน
การศึกษาภาคบังคับนั้นเขาบังคับเรียนระดับประถมศึกษา ๘ ปี เป็น ป.ต้น
๔ ปี ป.ปลาย ๔ ปี เขาเรียกว่าโรงเรียนแปดปี สอนเน้นวิทยาศาสตร์ และ
ฝึกการทำงาน สูงกว่าภาคบังคับจะแยกสาขาไปหลายประเภท เป็น
โรงเรียนโปลีเทคนิคบ้าง โรงเรียนเฉพาะสาขาบ้าง โรงเรียนเทคนิควิชาชีพ
บ้าง โรงเรียนบางประเภทเรียน ๒ ปี บางประเภทก็เรียน ๓ ปีบ้าง ๔ ปีบ้าง
ถ้าเลือกทางวิชาชีพก็จะเรียนวิชาชีพมากกว่าวิชาทั่วไป  ส่วนการศึกษา
นอกโรงเรียนจะสอนภาคค่ำ หรือเรียนทางไปรษณีย์
     การศึกษาระดับอุดมศึกษา...๒ ปีแรกเรียนทั่วไปเหมือนๆกัน จบ ๒ ปี
ได้ประกาศนียบัตร จะออกไปทำงานก็ได้ จะเรียนต่อต้องสอบเข้าเรียน
ถ้าสอบได้เรียนอีก ๒ ปี จบ ป.ตรี
     มีข้อมูลว่าคนรัสเซียชอบอ่านหนังสือกันมาก แทบทุกบ้านมีห้องสมุด
ส่วนตัว โรงเรียน มหาวิทยาลัย ก็เน้นห้องสมุดเป็นเรื่องสำคัญ สถาบัน
การศึกษาใดมีห้องสมุดขนาดใหญ่ มีหนังสือหนังหามากก็จะดึงดูดผู้เรียน
ได้มาก เรื่องนี้เห็นว่าเป็นเรื่องดี ถ้าคนไทยมีนิสัยรักการอ่านอย่างเขา
ก็จะดีมาก เป็นหน้าที่ สพป.นครนายก จะพัฒนาเรื่องการอ่านให้นักเรียน
กันต่อไป
     สุดท้าย แม้ว่าไปต่างประเทศครั้งนี้ไม่สนุกเลย แต่ได้ประสบการณ์
มากทีเดียว ขอบคุณ สพฐ.และธนาคารออมสิน ที่สนับสนุน อนุญาตให้
ผมมีโอกาสเห็นบ้านเมืองที่ในอดีต ตอนเด็กๆนั้นผมกลัวมาก เพราะคำว่า
"คอมมูนิสต์" คือปีศาจในความคิดของเด็กๆ ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ไป
รัสเซีย.......เมืองที่สวยงาม เป็นระเบียบ และสะอาดตา.

 

บ้านพักวันหยุด
ของคนรัสเซีย
(ดาซาร์)อยู่ริมทาง
ที่รถวิ่งผ่าน ที่ต่ำกว่า
ถนนอย่างนี้ ถ้าบ้านเรา
ก็คงถมดินขึ้นมาจน
เสมอถนน หรือสูงกว่า
แต่เขา...ไม่








มหาวิทยาลัยมอสโคว
สวยสง่า และสะอาด
สะอ้าน สมกับเป็นสถาบัน
การศึกษาชั้นนำของโลก
ถนนหนทางในเมือง
มอสโคว  สะอาดดี
จริงๆ
วิหารที่งดงามของ
ชาวคริสต์ นิกาย
ออโธดอกซ์ เห็นคนไทย
และฝรั่งถ่ายภาพกัน
อย่างชื่นชม
 มุมหนึ่งของพระราชวัง
เครมลิน  เห็นผู้คนมากมาย
แต่ก็สะอาดเหมือนที่อื่นๆ
ปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุด
ในโลก เป็นอาวุธที่สร้าง
ขึ้น แต่ยังไม่มีโอกาส
ได้ใช้งานจริง
 ระฆังใบใหญ่ที่สุดในโลก
เนื้อโลหะหนามาก
(ดูจากชิ้นที่แตก)น้ำหนัก
คงนับได้หลายๆตัน
 วิหารเซ็นต์ไอแซค
ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ถ่ายเวลาประมาณเที่ยง
คืน ฟ้ายังมีแสงสว่างอยู่
รางๆ
รถบัส ไม่สามารถข้ามสะพาน
ไปโรงแรมที่พักได้เพราะ
สะพานเปิดให้เรือเข้า ต้องติด
รออยู่เวลาประมาณตี ๑ ใน
เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก จึงถ่ายภาพ
ข้ามแม่น้ำเดวา ไปอาคาร
แห่งหนึ่ง
 อนุสาวรีย์พระเจ้าปีเตอร์
มหาราช ในเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ด้านหลังเห็นโรงแรมที่พัก
หลังโรงแรมเป็นทะเลบอลติก
 นกชนิดนี้สีเทา สลับดำ
ร้องเสียง.....กา....กา
ค่อนข้างเชื่อง แต่กว่าจะ
ถ่ายภาพสำเร็จ ก็ยาก
เอาเรื่อง
 วิหารอีกแห่งในเซ็นต์
ปีเตอร์สเบิร์ก ด้านข้างเป็น
คลองน้ำใสสะอาดดี
บัลลังก์ ที่พระเจ้าซาร์
เคยใช้ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราช
นกอินทรีมีสองหัว หัวหนึ่ง
เหลียวไปยุโรป อีกหัวหันไป
ทวีปเอเชีย
 พระราชวังฤดูร้อน
เปโตรควาเรสต์ สร้างสมัย
พระเจ้าปีเตอร์มหาราช
อยู่ข้างหน้าลิบๆ ถ่ายภาพ
ให้เห็นถนนหนทาง
ที่สวยสะอาดไปด้วย
เพราะชอบจริงๆ อยาก
ให้เมืองไทยสะอาด
อย่างนี้
นกกระจอก แสนเชื่อง
หน้าตาเหมือนไทย
ในร้านกาแฟ ใกล้วัง
 การแสดงที่น่าตื่นตา
ของชาวรัสเซีย ถ้าชม
ให้ตลอด จะรับทราบว่า
ผู้แสดงจะต้องแข็งแรงมาก
ทั้งหญิง ชาย และต้อง
มีพื้นฐานยิมนาสติกด้วย










 ภาพอาคารที่อยู่ริม
แม่น้ำ  แม่น้ำอยู่ขวา
มือ ถนนเขาก็ดูดีจัง
เรือรบออโรล่า จะจอด
ทอดสมอ อยู่ใกล้ๆ
อาคารนี้
(ดูภาพต่อไป)





 
 
เรือรบออโรล่า ซึ่งเคย
มาเมืองไทย เพื่อร่วม
พระราชพิธีราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
เกล้าเจ้าอยู่หัว จอดทอด
สมออยู่กับที่ หลังปลด
ประจำการ ในแม่น้ำเดวา
(เดินชมแม่น้ำนี้แล้วชื่นใจ)
อาคารที่เห็น ก็คืออาคาร
เดียวกับภาพด้านบน

      พอจะเห็นภาพของบ้านเมืองรัสเซียแล้วนะครับ ที่นี่
สว่างตั้งแต่ ตี ๓ และมืด(ไม่สนิท)ตอนเที่ยงคืน สามสี่ทุ่ม
ยังสว่างจ้าอยู่ พื้นที่ประเทศรัสเซียกว้างมาก เป็นประเทศ
ที่มีขนาดแผ่นดินใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ยุโรปหนึ่งส่วน
อยู่เอเชียสองส่วน มีป่าไม้มากที่สุดในโลก และน่าจะเป็น
ประเทศที่หนาวที่สุดในโลกประเทศหนึ่งด้วย หน้าร้อน
มีอยู่เพียงระยะสั้นๆ ไม่กี่เดือน แต่ฤดูหนาวนั้นนานมาก
เป็นดินแดนแห่งนิทาน ตอนเด็กๆ อ่านนิทานฝรั่ง มักจะ 
ขึ้นต้นด้วย....."ยังมีพระเจ้าซาร์องค์หนึ่ง........"เสมอ
ก็เลยนำนิทานที่รัสเซียมาเล่าให้ท่านฟังเรื่องหนึ่ง ขอย้ำ
ว่านิทานนะครับ ไม่ใช่เรื่องจริง
     นิทานเรื่อง "การสอบบรรจุผู้ช่วยครู"
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยพระเจ้าซาร์นิโคไลที่ ๑๑๐
กรมการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุตำแหน่ง
ผู้ช่วยครู (ผู้ช่วยครู...นะครับ...ไม่ใช่ครูผู้ช่วย) หลักเกณฑ์
เดิม เขตพื้นที่ในรัสเซียก็สอบกันเอง คือประกาศรับสมัคร
เอง ออกข้อสอบเอง ตรวจเอง ประกาศผลเอง  แต่ในสมัย
พระเจ้าซาร์นิโคไลฯ หลักเกณฑ์เปลี่ยนไป ให้กรมฯออก
ข้อสอบ ส่งข้อสอบไปให้เขตฯ จัดห้องสอบ สอบเสร็จก็ส่ง
กระดาษคำตอบให้กรมฯ ตรวจแล้ว ส่งชื่อผู้สอบได้ไปให้เขตฯ
ประกาศผลสอบ โดยคะแนนได้เท่าไรไม่ได้แจ้งให้เขตฯ
ทราบ....ขณะที่ผู้สอบเข้าห้องสอบ กรรมการคุมสอบของ
สพป.เซ็นต์ปีเตอร์เบิร์ก เขต ๑ ก็แจกกระดาษคำตอบให้
ผู้เข้าสอบ(ยังไม่ได้แจกข้อสอบเลย)...กรรมการพบว่าผู้
สอบบางคน ใช้ดินสอบติ๊ก ที่ตัวเลือก ก.ข.ค.ง.ไว้แล้ว คือ
ทำข้อสอบตั้งแต่ยังไม่แจกข้อสอบเลย กรรมการก็รีบแจ้ง
ผอ.สพป.เซ็นต์ปีเตอร์เบิร์กเขต ๑ ทราบ นำตัวผู้เข้าสอบมา
ตรวจค้น ก็พบว่ามีอุปกรณ์ที่น่าสงสัยว่าจะใช้ในการทุจริต
จึงตัดสิทธิมิให้เข้าสอบต่อไป....จากนั้น ผอ.สพป.เซ็นต์-
ปีเตอร์เบิร์ก เขต ๑ แกก็รีบเข้ามารายงานกรมฯ ที่กรุงมอสโคว
โดยด่วน ทั้งด้วยวาจา และเอกสาร แต่ก็ปรากฏว่าเรื่องเงียบๆ
ไป ผอ.เขตฯ แกคิดว่าน่าจะ....น่าจะ...มีอะไรมันรั่วออกมาแล้ว
ละ ไม่งั้นไอ้หมอนั่น...มันจะทำข้อสอบก่อนได้คำถามได้หรือ
แต่ ผอ.เขตฯ แกก็ไม่รู้อีกว่าที่ไอ้หมอนั่นมันติ๊กๆไว้น่ะ มันถูก
หรือเปล่า.....ต่อมากรมฯ ส่งชื่อคนสอบได้ไปให้เขตฯประกาศ
ผล เขตฯก็ประกาศไป....บรรจุแต่งตั้ง กันไป....ทีนี้ เกิดมีข่าว
อื้อฉาวไปทั่วประเทศว่าการสอบครั้งนี้ เฉลยคำตอบมันหลุดรั่ว
ไปขายกัน ราคาหลายแสนรูเบิ้ล รวมมูลค่าซื้อขายนับเป็น
ร้อยล้าน......เจ้าชายอะเล็กซีส ผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงศึกษาฯ
ท่านก็สืบหาข้อเท็จจริง พบว่าคนสอบได้ หลายร้อยคนทั่ว
ประเทศ ทำข้อสอบได้คะแนนเต็มร้อย หรือเกือบๆจะเต็มร้อย
ซึ่งมนุษย์ธรรมดาน่าจะทำได้ไม่ถึงนี้....และท่านก็ชมเชยว่า
ผอ.สพป.เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กเขต ๑ เป็นผู้กล้าหาญ(วีรบุรุษ)
ที่รายงานเรื่องที่ควรรายงานต่อกรมฯ แต่ท่านไม่ค่อยพอใจ
กรมฯ ที่กรมฯไม่จัดการแก้ไขหรือรายงานท่านให้ทราบแต่ต้น
ในที่สุดเรื่องมันก็เกิดยุ่งๆ...จนผมเล่าไม่ถูก....เรื่องนี้ผมจึงเล่า
ไม่จบ....แต่ขอตั้งคำถามกับผู้อ่านว่า
     ๑.นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร?
     ๒.ให้ท่านทายซิว่า  "วีรบุรุษ"  จะได้รับรางวัลอะไรบ้าง?
แต่ในนิทานเรื่องนี้....เขาบอกว่า....ผ่านไป ๓ เดือนแล้ว ผอ.เขตฯ
ทั้งหมดในประเทศรัสเซีย(รู้สึกว่าจะมีประมาณ ๔๐๐ เขตฯ) ยัง
ไม่มีใครได้เลื่อนเงินเดือนกันเลย (ที่รัสเซียเขาเลื่อนเงินเดือน
กันในวันที่ ๑ เมษายน.....คล้ายเมืองเรา) ทางกรมการศึกษา
ขั้นพื้นฐานแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เขาไม่สั่งเลื่อนเงินเดือนให้.
 
 

5.6.56

สื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติฯ (๓)

       การทดลองใช้สื่อ ๖๐ พรรษาฯ ในการเรียนการสอนจริงๆ
กับโรงเรียนขนาดเล็ก ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างได้เริ่มต้นแล้ว สพป.นย.
เตรียมการก่อนเปิดภาค เราตั้งศึกษานิเทศก์เป็นหัวหน้ากลุ่มสาระฯ
ที่ทดลอง และมีทีม ศน./ครู ประจำสาระฯ ทุกสาระ
      ภาษาไทย มี ศน.วาสิรินทร์ รัตนมาลี เป็นหัวหน้า  คณิตศาสตร์
มี ศน.ธีรนุช รอดแก้ว เป็นหัวหน้า วิทยาศาสตร์มี ศน.สุนทร เชยชื่น
เป็นหัวหน้า ภาษาอังกฤษ มี ศน.วาสนา วรรณฉวี เป็นหัวหน้า
ส่วนสาระฯ บูรณาการ มี ศน.วรรณวิไล พันธุ์สีดา  เป็นหัวหน้า
มีรองฯธันวา ดีช่วย กับ ศน.สมชาย พุ่มพิมล เป็นคนสนับสนุนใหญ่
และ ศน.บัญชา  รัตนมาลี เป็นเลขานุการโครงการทดลอง "สื่อฯ"
ทีมงานมาจัดเตรียมสื่อให้พร้อมสำหรับครู และนักเรียน แล้วเริ่มใช้
สอนจริง (ภาษาไทย/อังกฤษ ยังไม่ได้ใช้เพราะสื่อต้นฉบับไม่มี
ต้องรอจากส่วนผลิต) ศึกษานิเทศก์ประจำสาระ และศึกษานิเทศก์
ประจำพื้นที่ ออกนิเทศติดตามเป็นระยะ โดยมีรอง ผอ.สพป.นย.
ที่รับผิดชอบพื้นที่ กำกับ สนับสนุน
      เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
(อดีต เลขาธิการ กพฐ.)กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
ดร.สมเกียรติ ชอบผล และท่านมัณฑนา ศังขะกฤษณ์ (อดีตรอง-
เลขาธิการ กพฐ.ทั้งสองท่าน) เดินทางมาติดตามดูการเรียนการสอน
โดยใช้สื่อทดลอง ทั้งสามชุด (คณิตฯ วิทย์ บูรณาการ) สพป.นย.ได้
นำท่านไปชมการทดลองที่โรงเรียนบ้านคลอง ๑ (อำเภอองครักษ์)
และโรงเรียนวัดกุดตะเคียน (อำเภอเมืองฯ) คณะของท่านได้รับข้อมูล
จากการสอนในระยะเริ่มต้นไปมากมาย รวมทั้งข้อมูลที่จะต้องแก้ไข
ปรับปรุงในภายหน้า
       นอกจากนี้ คุณหญิงกษมา ได้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การศึกษาพิเศษ
มหาจักรีสิรินธร ประจำจังหวัดนครนายก ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่ๆ
เพื่อรับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินการอีกด้วย  ศูนย์ฯ แห่งนี้
ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (อดีต
ผวจ.นครนายก) เป็นผู้ให้ความอนุเคราะห์ รณรงค์หาเงินทองมาได้
จำนวนหนึ่ง ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  และทำการ
ก่อสร้างจนแล้วเสร็จ คิดเป็นมูลค่าเกือบยี่สิบล้านบาท เป็นประโยชน์
กับการศึกษาอย่างยิ่ง นับว่าจังหวัดนครนายกมีโชคดีที่มีผู้หลักผู้ใหญ่
ให้การสนับสนุนการศึกษา
      คณะผู้ติดตามการทดลองสื่อฯ เดินทางกลับไปแล้ว สพป.นย.
ยินดีมากที่อดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของเรา ให้ความสนใจกับการ
ปฏิบัติงานของเรา เป็นขวัญกำลังใจให้ทีมงาน สพป.นย.มากทีเดียว
ทุกคนที่ไปต้อนรับ ให้ข้อมูล รายงานผลการทดลอง รวมทั้งทีม
สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลัง หวังว่าจะมีโอกาสต้อนรับท่านอีก.


คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการ
กพฐ.และ ดร.สมเกียรติ ชอบผล ติดตามการทดลอง
ใช้สื่อ ที่ ร.ร.บ้านคลอง ๑ ในห้องเรียนคละชั้น ป.๑
ป.๒ และป.๓


คุณหญิงกษมา ในฐานะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพฯ
แวะเยี่ยมชมการก่อสร้างศูนย์การศึกษาพิเศษมหาจักรีสิรินธร
ประจำจังหวัดนครนายก







รองฯมัณฑณา ศังขะกฤษณ์ อดีตรองเลขาธิการ กพฐ.
และรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ติดตามการทดลอง
ใช้สื่อในห้องเรียนคละชั้น ที่โรงเรียนวัดกุดตะเคียน

22.4.56

สื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติฯ (๒)

      ได้เขียนบทความเรื่องสื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ไว้ตอนหนึ่งแล้ว วันนี้มี
ความคืบหน้าในการจัดทำสื่อการสอนชุดนี้ จึงนำมาเผยแพร่
เพื่อท่านที่สนใจได้ทราบความเคลื่อนไหว
      โครงการนี้ชื่อเต็มว่า "โครงการจัดทำสื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" กรอบความคิดหลัก
คือ
       ๑.นำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เกี่ยวกับ
ประสบการณ์การใช้สื่อและวิธีการจัดการเรียนการสอนในประเทศไทย
ได้แก่ RIT (Reduced Instruction Time) วิธีสอนพื้นฐานด้านการอ่าน
การเขียน การคัดลายมือ การคิดเลขเร็ว และการท่องจำฯลฯ รวมทั้งสื่อ
การเรียนการสอนของต่างประเทศที่ใช้ได้ผล เพื่อนำมาปรับใช้ให้
เหมาะสม
       ๒.จัดทำเป็นชุดคู่มือและสื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
สำหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชา
หรือมีครูมาใหม่ หรือขาดแคลนครูชั่วคราว เรียกว่า "สื่อ ๖๐ พรรษา
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"
ประกอบด้วย
             ๒.๑โครงสร้างหลักสูตร
             ๒.๒โครงสร้างของชุดการเรียนรู้
             ๒.๓แนวทางการจัดหน่วยการเรียนรู้
             ๒.๔ใบกิจกรรม แบบบันทึกกิจกรรมและแบบฝึกหัด
             ๒.๕หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่       
                      ๒.๕.๑ ตัวชี้วัด
                      ๒.๕.๒ลำดับการเสนอแนวคิด
                      ๒.๕.๓โครงสร้างแผนการจัดหน่วยการเรียนรู้
                      ๒.๕.๔แผนการจัดหน่วยการเรียนรู้(ฉบับย่อ)ซึ่งมีหัวข้อ
ย่อยได้แก่ แผนการจัด ขอบเขตเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ แนวทาง
การจัดกิจกรรม/แบบฝึกหัด
             ๒.๖สื่อการเรียนการสอนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้
      ๓.ให้ครูในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก มีบทบาทเป็นผู้จัด
กิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งกิจกรรมรวมชั้น กิจกรรมย่อย กิจกรรมจับคู่ และ
กิจกรรมเดี่ยว เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพ ระดับชั้น และ
ความสนใจ โดยมีคู่มือกลางเพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ใช้สื่อ ดังนี้
             ๓.๑แนวพระราชดำริและความเป็นมาของโครงการ
             ๓.๒รายละเอียดการดำเนินงาน
             ๓.๓การบริหารจัดการชั้นเรียน
             ๓.๔การเตรียมตัวของครู
             ๓.๕แนวทางการนำสื่อไปใช้
             ๓.๖การประเมินผลการเรียนรู้หลังการใช้สื่อ
      ๔.เป็นชุดคู่มือและสื่อที่ครูใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม
กรอบหลักสูตรแกนกลางฯพ.ศ.๒๕๕๑ และครูสามารถเพิ่มเติม
กิจกรรมและเนื้อหาสาระได้ตามบริบทของโรงเรียน
      การทำงานมีเป้าหมาย ให้ได้สื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และกลุ่มสาระการเรียนรู้
บูรณาการ แล้วเสร็จและนำไปใช้ได้ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา
๒๕๕๘
      ในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๖ ทีมงานจากจังหวัดพื้นที่ทดลอง
(นครนายก สระแก้ว บึงกาฬ นครศรีธรรมราช และน่าน) ได้ไปร่วม
ประชุมกับคณะทำงานผลิตสื่อ วางแผนการทดลองนำสื่อไปใช้
ซึ่งขณะนี้สื่อทั้ง ๕ สาระฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเริ่มทดลองใช้
กับโรงเรียนขนาดเล็กที่คุณครูต้องสอนคละชั้น คือสอนควบชั้น
ป.๑-๓ ในภาคต้น ปีการศึกษา ๕๖ นี้ ทดลองแล้วก็จะปรับปรุงอีก
จนกว่าเป็นสื่อที่ดี มีคุณค่ามากที่สุด เพื่อถวายสมเด็จพระเทพฯ
ในปี ๕๘ ส่วนสื่อชั้น ป.๔-๖ จะทดลองในเทอมปลาย ปี ๕๖
คณะทำงานที่ผลิตสื่อนี้ ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
       จังหวัดนครนายกเป็นพื้นที่ทดลอง และเรามีส่วนร่วมในการ
ผลิตสื่อ(กลุ่มสาระฯภาษาไทย) อีกด้วย โรงเรียนที่จะเข้าร่วม
ทดลองใช้สื่อในภาคต้น ปี๕๖ นี้ ได้แก่โรงเรียนบ้านคลองหนึ่ง
โรงเรียนวัดกุดตะเคียน โรงเรียนบ้านคลอง ๓ วิทยา(ประชาสามัคคี)
โรงเรียนวัดสุวรรณศิริ และโรงเรียนบ้านกลางคลอง ๓๐ ขณะนี้กำลัง
คิดเตรียมการกันเพื่อให้พร้อมทดลองก่อนจะเปิดภาคเรียน หาก
ทดลองใช้สื่อแล้วมีปัญหาอย่างไรจะได้นำมาถ่ายทอดให้ผู้สนใจ
ได้รับทราบต่อไป
        นครนายกภูมิใจที่มีส่วนร่วมจัดทำสื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และจะ
ทำงานนี้อย่างดีที่สุด.
     

            

2.4.56

ประท้วง...หนังสือพิมพ์ "มติชน"

      หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับที่ ๑๒๘๐๗ วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๖
พาดหัวข่าวหน้า ๑ ว่า..."หนักใจครูไทย ติดพนันงอม แทงบอล-เล่นบ่อน
กัมพูชา"....ส่วนในเนื่อหารายละเอียด เป็นข้อมูลการให้ข่าวของบุคคล
คนหนึ่ง ซึ่งเนื้อหารายละเอียดนี้...ครูไทยมิได้ "เลวร้าย"...ดังเช่นที่พาด
หัวข่าวแต่อย่างใด
      การพาดหัวข่าวด้วยข้อความที่ไม่เป็นความจริง...และอาจทำให้เกิด
ความเข้าใจผิดว่าครูไทยมีนิสัยอันเลวร้ายดังเช่นที่พาดหัวข่าวนี้ ผมเห็น
ว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบวิชาชีพครู...และผมก็รับไม่ได้เลยกับพาดหัว
เรื่องนี้....ผมขอประท้วง...ประท้วงด้วยช่องทางเล็กๆ มีคนอ่านไม่กี่คน
นี่แหละ....เพราะผมเป็นครูมาตลอดชีวิตการทำงาน...ครูไทยไม่ได้เลวร้าย
ดังที่คุณพาดหัวด้วยความมันปาก แต่ขาดความรับผิดชอบหรอกครับ
ตัวคุณเอง...ลูกของคุณ อ่านออกเขียนได้ จนคุณมาเขียนด่าครูอยู่นี่
ก็เพราะครูสอนคุณมา....การที่ครูไม่กี่คนมีพฤติกรรมไม่ดีแล้วเหมาว่า
ครูไทย....มันไม่ถูกต้องครับ.
      ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมจะไม่ซื้อหนังสือพิมพ์ "มติชน" และหนังสือพิมพ์
ในเครือมติชน.

20.3.56

ทุจริต...สอบครูผู้ช่วย

     การสอบบรรจุ....ถ้าหากสอบกันตามกฎหมาย...เป็นอำนาจของ
อ.ก.ค.ศ.เขตฯ ที่จะดำเนินการ
     แล้วถ้าหากสอบโดยเขตพื้นที่...ทำเองอย่างว่านี่...มันดียังไง...
มันโกงกันหรือไม่....เพราะที่ส่วนกลางดึงเอาการสอบไปทำเองนี้
เกิดจากความที่ส่วนกลางไม่ไว้วางใจเขตพื้นที่ฯ เกรงว่าหากเขตฯ
ทำจะไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม จึงเลี่ยงกฎหมายโดยไปออกข้อสอบเอง
ตรวจเอง จัดลำดับที่เอง...ให้เขตเป็นผู้จัดห้องสอบ คุมสอบ และ
ประกาศผล(ตามรายชื่อที่ส่วนกลางส่งไปให้...คะแนนก็ไม่ได้เห็น)
     ผมทำงานที่เขตพื้นที่ฯมาตั้งแต่ตั้ง สพท.กันเมื่อ ๒๕๔๗ เป็น
รอง ผอ.เขตฯ จนถึง ๒๖ มี.ค.๕๓ ก็เป็น ผอ.เขตฯ และอีกหนึ่งปี
หกเดือนจะเกษียณอายุ รู้จัก ผอ.เขตฯ รองผอ.เขตฯ บางท่าน และ
หลายท่านก็ไม่รู้จัก  แต่ผมยอมรับกับสาธารณชนเลยว่า มีบางท่าน
ทำการที่ไม่สุจริตจริงๆ การสอบที่เขตที่ท่านบริหารอยู่ก็จะไม่สุจริต
ตามไปด้วย...แต่ผมก็เห็นท่านอยู่อย่างปกติสุข...ผอ.บางท่าน..ก็
ไม่ทราบว่าสุจริตหรือทุจริต แต่ว่าทำการน่ากลัวมาก...เช่นตัวเอง
บุกเข้าไปยังค่ายเก็บตัวกรรมการออกข้อสอบ ทั้งที่ไม่มีหน้าที่
บางท่านเรียกกรรมการออกข้อสอบที่ออกข้อสอบเสร็จแล้ว...ไป
ข้างนอกเพื่อดื่มสุรา(ทั้งที่กรรมการออกข้อสอบจะต้องถูกกักตัว
ในสถานที่ออกข้อสอบจนกว่าผู้สอบจะลงมือสอบแล้ว ๑๕ นาฑี
เป็นอย่างน้อย)..ก็ไม่รู้ว่าทำไมท่านทำอย่างนั้น.....แต่ว่า ผอ.เขตฯ
ส่วนมากเลยครับ สุจริต...และระมัดระวังเป็นอย่างดี ถ้า ผอ.เขตฯ
ท่านใดได้ทีมงานที่ดี การสอบจะเรียบร้อยราบรื่น และบริสุทธิ์
ผอ.เขตฯบางท่านโชคร้ายได้ทีมงานไม่ดี ทีมงานไม่เก่ง หรือเจอ
ทีมงานจ้องจะทุจริต...ก็มีโอกาสพลาดพลั้งได้....ผอ.เขตฯขี้โกง
มีไม่มากหรอกครับ ผมยืนยันได้...มีแต่จะขี้กลัว...เพราะผิดพลาด
ขึ้นมาก็เป็นตราบาปไปทั้งชีวิต
     ก็แล้วยอมรับว่า ยังมี ผอ.ขี้โกง ทีมงานขี้โกง คนขี้โกง อยู่ใน
เขตแล้ว...ยังเห็นว่าสอบที่เขตฯ จะดีกว่าส่วนกลางจัดสอบอีกหรือ...ก็ไม่
เชิงดีกว่านะครับ...แต่ความเสี่ยงน้อยกว่า.....เหตุผลคือ.
     ๑.การสอบที่เขต เขตออกข้อสอบเอง ข้อสอบแต่ละเขตต่าง
กัน การลงทุนเพื่อการทุจริต ลงทุนสูง...ผลตอบแทนไม่มากนัก
กลุ่มทุจริตจะต้องวิเคราะห์ความเสียงและผลตอบแทนว่าคุ้มหรือ
ไม่คุ้ม....แต่ถ้าข้อสอบจากส่วนกลาง ฉบับเดียวใช้ทั่วประเทศ
ลงทุนสูงเท่าใดก็คุ้มทุน เพราะผลตอบแทนจากการโกงมันสูงลิ่ว
การสอบโดยส่วนกลางจึงมีความเสี่ยงมากกว่า
     ๒.แต่ละเขต ส่วนใหญ่มีบุคลากรที่สุจริตอยู่มากกว่าคนทุจริต
คนสุจริตในแต่ละเขต ถ้ามีประสบการณ์พอ มีความรอบคอบ จะ
ช่วยป้องกันเหตุทุจริตไว้ได้  มีเฉพาะเขตบางเขตเท่านั้นที่มีคน
โกงมากกว่าคนดี...แต่คนโกงก็มักจะโกงอยู่เฉพาะที่เขตตัวเอง
ข้ามไปยุ่งกับเขตอื่นเขาไม่ได้...ตรงข้ามพอจัดสอบโดยส่วนกลาง
คนโกงก็ยุ่มย่ามไปทั่ว พาให้เขตที่ไม่เคยทำทุจริตพลอยเดือดร้อน
ไปด้วย  การสอบโดยส่วนกลางจึงมีความเสี่ยงมากกว่า
     ๓.การสอบที่เขต เป็นการทำงานวงแคบ ควบคุมง่ายกว่า ถ้าหาก
ส่วนกลางมีตัวแทน(ที่ดี)ไปคอยกำกับดูแลขั้นตอนการทำงาน การ
ที่เขตที่มีคนโกงตั้งท่าโกงอยู่ ก็จะทำได้ยาก .... ยกเว้นผู้แทนจาก
ส่วนกลางจะร่วมมือ.....แต่ถ้าสอบโดยส่วนกลางเป็นการทำงานใน
วงกว้าง ควบคุุมได้ยากกว่า...ข้อสอบมันจะรั่วตรงไหน..เฉลยมันจะ
หลุดตรงไหน.....มันกว้างยิ่งกว่าพื้นที่ชายแดนไทยกับพม่าเสียอีก
ก็เมื่อชายแดนยาวกว้างเช่นนี้ เราก็ไม่รู้ว่าจะเอากำลังไปซุ่มดักจับ
ขบวนการขนยาเสพติดที่ไหนบ้าง...ผลก็คือยาเสพติดส่วนใหญ่
(เกินร้อยละ ๙๐)ขนเข้าเมืองไทยทางชายแดนด้านนี้...การควบคุม
การสอบก็เช่นเดียวกัน เมื่อเส้นทางงานมันยืดยาว..โอกาสเกิดเหตุ
ทุจริตมันก็มากกว่า...เพราะควบคุมยากกว่า
     ๔.การสอบที่เขตฯ เขตใดเกิดเหตุทุจริตถูกจับได้ไล่ทัน...ก็ยกเลิก
ผลการสอบเขตนั้น  เขตอื่นไม่เดือดร้อน....ส่วนการสอบโดย
ส่วนกลางเกิดเหตุที่เขตหนึ่งก็กระทบเขตอื่นด้วย...ขณะนี้เชื่อว่า
เด็กๆที่บรรจุไปแล้ว ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว กลัวถูกยกเลิก.
     ๕.สุดท้าย...การสอบที่เขต ได้ครูไปสอนเร็วกว่ากันประมาณหนึ่ง
ปีครับ....ปีก่อนผมอยู่ชลบุรี ผมสอบและบรรจุครูไปได้ตั้งแต่ต้นปี
การศึกษา ๒๕๕๔.... แต่ปีการศึกษา ๒๕๕๕ นี้ โรงเรียนรอครูมา
จนข้ามปี จะปิดเทอมอยู่แล้วจึงได้บรรจุครูไป เพราะส่วนกลางดึง
อำนาจไป คงใช้เวลาวางแผนนานมาก...เพิ่งจะดำเนินการสอบเอา
เมื่อไม่กี่วันนี้เอง....ตรงนี้ไม่ได้เสี่ยงอะไรหรอกครับ เพราะไม่มีครู
สอน..เด็กอ่านหนังสือไม่ออก ผลสอบ O-Net ต่ำ เราก็ไม่ถูกตั้ง
กรรมการสอบสวนลงโทษแต่อย่างใด....แต่สงสารโรงเรียน..สงสาร
เด็กๆ ที่ไม่มีครูเท่านั้น.

12.3.56

ทุจริต...สอบครูผู้ช่วย.

      ขณะนี้ข่าวทุจริตสอบคัดเลือกตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.
กำลังเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ ผู้เขียนบทความ
นี้อ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะที่คลุกคลีกับการบริหาร
การศึกษามานาน(มาก) ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการสอบบรรจุแข่งขัน
การสอบคัดเลือกมาหลายต่อหลายครั้ง อยากจะแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่อง การทุจริตในการสอบ...อีกสักครั้ง
      ๑.คนที่คิดจะทำการทุจริต มีอยู่ไม่มากนักหรอกครับ คนสุจริตมีอยู่
มากกว่า แต่จะให้ไม่มีคนคิดทุจริตอยู่เลยเห็นจะไม่สำเร็จ มันต้องมีคน
คิดเอาเปรียบชาวบ้าน คนคิดหาประโยชน์อยู่ทุกแห่งหน เพราะพื้นฐาน
ความคิด ความเชื่อคนไทยส่วนใหญ่ฝังรากแน่นกับระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเอื้อ
ให้เกิดการทุจริตได้ง่าย เดี๋ยวนี้คนไทยจำนวนหนึ่งยังมีความเชื่อว่า
"เป็นเรื่องปกติ...มันกิน(ทุจริต)กันทุกคนนั่นแหละ...ถ้ากินแล้วทำความ
เจริญให้ก็ไม่เป็นไร"
       ทีนี้เมื่อมีคนคิดทุจริตอยู่ทุกครั้งที่มีการสอบ การจัดระบบเพื่อการ
ป้องกัน จึงมีความสำคัญมาก ป้องกันดี...คนคิดร้ายก็ทำการไม่ได้
หรือทำแล้วก็ไม่สำเร็จ แต่ถ้าป้องกันไม่ดีก็เกิดเหตุขึ้นดังที่ปรากฏเป็น
ข่าว...พอเกิดแล้วมาตามแก้ไข เป็นเรื่องยากมาก พอแก้แล้วก็ไปเกิด
ผลกระทบกับคนดีๆ ที่สุจริตพลอยได้รับความเสียหายไปด้วย..........
ป้องกันดีกว่าแก้ไขครับ.
      ๒.การใช้ข้อสอบฉบับเดียวจากส่วนกลาง ไปสอบทั่วประเทศ
มีความเสี่ยงในการเกิดทุจริตสูง และถ้าเกิดการทุจริตจนจับได้แล้ว
ผลกระทบจะเกิดวงกว้าง ความเสียหายก็มีมูลค่าสูงตามไปด้วย..เช่น
เมื่อครั้งสอบบรรจุแข่งขัน..เมื่อ ปี ๒๕๓๐ มีการสอบบรรจุครูตำแหน่ง
อาจารย์ ๑ ทั่วประเทศ ใช้ข้อสอบที่ ก.ค.จัดส่งไปให้...เกิดการทุจริต
ที่สนามสอบจังหวัดปราจีนบุรี(ขออภัยที่เอ่ยชื่อจังหวัด แต่ไม่น่าจะ
มีผู้ใดเสียหายเพราะนานมากแล้ว) เราไม่ทราบว่าข้อสอบรั่วมาจาก
จุดใด แต่มีการเผยแพร่(ขาย)ข้อสอบกันในพื้นที่จังหวัดนี้ และจังหวัด
ใกล้เคียง...หลายคนรู้ข่าวแต่คิดว่าคงหลอกขายกัน..ไม่ใช่ข้อสอบ
จริง...แต่ผลปรากฏว่าของจริง ตรงทุกข้อ คนสอบได้ที่ ๑ และถัดๆไป
จึงอยู่ที่สนามสอบปราจีนฯเกือบหมด เมื่อเกิดเหตุนี้ ก.ค.ได้ยกเลิก
ผลการสอบทั้งประเทศ ความเสียหายคิดเป็นเงินนับร้อยล้าน มีผู้ที่
ถูกดำเนินการทางวินัย ไล่ออกบ้าง ตัดเงินเดือนบ้างหลายราย มีผู้
ถูกดำเนินคดีอาญา  ต้องถูกจำคุกบ้าง หลุดไปบ้าง ส่วนคดีแพ่งนั้น
แม้จะมีการยึดทรัพย์ แต่ไม่ค่อยได้ทรัพย์ใคร เพราะเจ้าตัวมักจะหนี
หายไป(ผมรับราชการที่ปราจีนบุรี ๑๑ ปี มีส่วนตามหาทรัพย์คดีนี้)
แต่ถ้าการสอบแยกเป็นจังหวัด(หรือเขต) ถ้ามีการทุจริตที่ใด ผลจะ
กระทบจำกัดอยู้ในเขตนั้น ไม่ไปกระทบเขตอื่น ยกเลิกก็ยกเลิกเพียง
เขตที่มีปัญหาเท่านั้น....การสอบเขตใครเขตมัน ก็อาจเกิดทุจริตได้
เช่นเดียวกัน แต่มีวิธีป้องกันเยอะแยะ ที่เลือกมาใช้ได้....ก.ค.ศ.อาจ
ตั้งผู้แทนกรมมาควบคุมกำกับให้ใกล้ชิดก็ได้ถ้าไม่แน่ใจ ผมเชื่อว่า
การสอบตามที่กฎหมายกำหนดไว้(อำนาจ อ.ก.ค.ศ.เขตฯ) เป็นวิธี
ที่มีความเสียงน้อยกว่าส่วนกลางสอบเอง....อย่างไรก็ตามขณะนี้
ข่าว น.ส.พ.เขาว่าจะให้มหาวิทยาลัยจัดสอบ ก็ดีนะครับ ผู้สอบไป
สอบที่กรุงเทพเสียทุกคน ใช้โรงเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นสนาม
สอบ ส่วนกลางดำเนินการเองทั้งหมด....เขตฯ คอยประกาศผลตาม
ที่มหาวิทยาลัยส่งมาให้ หรือ อ.ก.ค.ศ.เขตฯ มอบอำนาจให้
มหาวิทยาลัยประกาศผลสอบเองเลย  แล้วให้ สพฐ.เป็นผู้สั่งบรรจุ
แต่งตั้ง น่าจะไม่เกิดปัญหาทุจริตแน่ๆ
      ๓.เวลาเกิดเหตุทุจริต เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายก็ดี ผู้บริหาร
ระดับสูงของหน่วยงานก็ดี ไม่สามารถสืบสาวหาตัวผู้กระทำผิดที่
เป็นต้นตอได้ เช่น เหตุการณ์ข้อสอบรั่วที่ปราจีนบุรี ๒๖ ปีก่อนนั้น
ก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำข้อสอบมาเป็นคนแรก และได้มาจากใคร
คงได้แต่ผู้กระทำผิดที่อยู่ปลายน้ำแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าเห็นใจผู้ที่
มีหน้าที่สืบสวนเช่นกัน เพราะต้นเหตุ(ตัวการใหญ่) มักจะมีกลวิธี
ตัดตอน ไม่ให้สืบถึงเขาได้ง่ายๆ  ปลาตัวใหญ่จึงรอดจากแห ส่วน
ปลาตัวเล็กตัวน้อยติดแห  และคนที่ได้รับความกระทบกระเทือน
หรือเสียหายส่วนหนึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลย เพียงแต่ประมาทเลินเล่อ
คิดว่าไม่มีเหตุร้ายอะไรหรอก จึงไม่ระมัดระวัง ก็เลยเคราะห์ร้าย
กลายเป็นผู้รับเคราะห์ไป เถียงเขาก็เถียงไม่ขึ้น เพราะตัวเองเป็น
เจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิด(ไม่ใช่รับผิดชอบนะครับ...รับผิดอย่างเดียว)
       ผมคิดว่าปัญหาการบริหารงานบุคคลของเรามีมาก ปัญหา
บางอย่างก็เป็นปัญหาที่ถูกกฎหมาย เช่นครูบรรจุใหม่บ้านอยู่ที่อุบล
มาสอบได้ที่เพชรบุรี สอนได้สองปีก็ย้ายไปอุบล เพชรบุรีต้องรอ
ครูใหม่ไปอีก ๖ เดือน ช่วงเวลานี้ก็สอนกันไปตามกำลัง เรื่องนี้
เป็นปัญหาทั่วประเทศเลยครับ ถ้าหากท้องถิ่นจัดการศึกษาเอง
ใช้คนในหมู่บ้านตำบลตัวเองเป็นครู ก็น่าจะดี ไม่ต้องโยกย้ายกัน
บ่อยๆ จะได้ดูแลลูกหลานในท้องถิ่นตนเองให้ดีด้วย  ส่วนปัญหา
การทุจริต อะไรต่ออะไรนี้ก็ช่วยกันป้องกันแก้ไขไปตามหน้าที่
ที่สำคัญคือทำอย่างไรจะสร้างจิตสำนึกคนไทย ให้ยึดมั่นในความ
สุจริต ไม่ใช่คิดแต่จะหาผลประโยชน์กันทุกวิถีทาง ทางผิดทางถูก
ก็เอาทั้งนั้น.....ก็ต้องให้คุณครูเป็นคนสร้างอีกกระมัง แล้วถ้าคุณครู
ก็ทุจริตการสอบมาบรรจุ แล้วแกจะสร้างจิตสำนึกเด็กไทยให้ยึดมั่น
ในความสุจริตได้อย่างไร? ในเมื่อคุณครูเองก็ไม่สุจริต
สวัสดีครับ.







18.2.56

สื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติฯ

      สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สถาบันส่งเสริมการสอน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ       มูลนิธิ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตน-
ราชสุดาฯ ร่วมกันจัดทำโครงการจัดทำสื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  โครงการนี้จะทำชุดคู่มือ
และสื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับโรงเรียนประถมศึกษา
ขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชา หรือมีครูมาใหม่ หรือขาดแคลนครู
ชั่วคราว เรียกว่า "สื่อ ๖๐ พรรษา เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตน-
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"  ประกอบด้วย (๑)โครงสร้างหลักสูตร
(๒)โครงสร้างของชุดการเรียนรู้ (๓)แนวทางการจัดหน่วยการเรียนรู้
(๔) ใบกิจกรรม แบบบันทึกกิจกรรมและแบบฝึกหัด (๕) หน่วยการเรียนรู้
(๖)สื่อการเรียนการสอนของแต่ละหน่วยการเรียนรู้
      โครงการดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำเนินการ ในปีการศึกษา ๒๕๕๖ ก็จะ
ทดลองใช้สื่อที่ผลิตขึ้น ประกอบด้วย...ภาษาไทย...วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์.....ภาษาอังกฤษ และ......บูรณาการ  โดยทดลองกับโรงเรียน
ขนาดเล็กที่สอนคละชั้น ป.๑-๓ กับ ป.๔-๖  สพป.นครนายก มีโอกาสร่วม
กิจกรรมในโครงการนี้ด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การผลิตสื่อ การทดลองสื่อ
รู้สึกภาคภูมิใจมาก เราทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ตั้งใจทำงานนี้สุดความ
สามารถ......เพื่อประโยชน์ของเด็กๆ ในโรงเรียนเล็กๆ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสเจริญพระชนมายุ
๖๐ พรรษา วันที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘.....ทรงพระเจิญ.

31.1.56

เมื่อข้าพเจ้าเป็น...ปู่

      ปี ๒๕๕๕ ผ่านไปแล้ว ปี ๒๕๕๖ เริ่มต้นนับหนึ่ง..สอง..สาม..ไปเรื่อย
ไม่หยุดรอใคร ปีที่ผ่านมาผมมีทายาทผู้สืบสันดานชั้นหลานเป็นคนแรก
(เดิมมีทายาทชั้นลูก...สามคน) หลานเกิดเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๕
เพศชาย แข็งแรงดี ผมจึงมีสถานภาพเป็นปู่....ที่นำเรื่องนี้มาเล่าก็ไม่ได้มี
เจตนาจะอวดหลานนะครับ  เพียงแต่ยังไม่เคยเป็นปู่ตัวจริงมาก่อน ครั้งนี้
ได้เป็นปู่ตัวจริงก็เลยเรียนให้ทราบ
      หน้าที่ของปู่ หน้าที่แรกคือตั้งชื่อให้หลาน(ตามที่ได้รับมอบหมาย)
ผมเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน เปิดดูตำราศึกษาสระหรือ
พยัญชนะที่ทางโหราศาสตร์เขาแนะนำ จากนั้นก็ตั้งชื่อเล่นว่า "ปัน" ซึ่ง
มีความหมายว่า "แบ่งให้" และตั้งชื่อจริงว่า "ปริยพันธ์" พันธ์ก็คือ พันธะ
หรือสิ่งผูกมัด ส่วน ปริย...นั้นแปลว่าอันเป็นที่รัก...รวมความก็คือแปลว่า
พันธะอันเป็นที่รัก...บอกพ่อแม่เขาว่าถ้าพอใจก็ตั้งตามนี้...ไม่พอใจชื่อนี้
ก็ตั้งเอาเอง....ปรากฏว่าเขาตั้งชื่อตามนี้...หลานชายผมจึงมีชื่อว่า
ด.ช.ปริยพันธ์ ศรีสุข ชื่อเล่นว่า น้องปัน  หวังว่าโตขึ้นคงเป็นพลเมืองดี
ของประเทศไทยคนหนึ่ง...นี่คือความหวังของปู่่

23.12.55

ปี ๒๕๕๕ พบอะไรแปลกๆบ้าง ?

     ปี ๒๕๕๕ กำลังจะผ่านพ้นไป ท่านพบเหตุการณ์อะไรแปลกๆ
หรือถ้าไม่แปลก ก็เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจควรเก็บมาเป็นบทเรียน
บ้าง สำหรับผมมีเหตุการณ์ที่ผมคิดว่าน่าสนใจดังนี้
     ๑.บุคลากรในสังกัด สพป.นครนายก ท่านหนึ่งถูกศาลยุติธรรม
สั่งให้หักเงินเดือนให้ศาลเดือนละหมื่นบาท สาเหตุเพราะไปประกัน
ตัวผู้ต้องหาคดีอาญา(ลักทรัพย์) แล้วผู้ต้องหาหนีไป ศาลจึงปรับ
นายประกันสองแสนบาท ที่ว่าน่าสนใจเพราะถามนายประกันว่า
รู้จักผู้ต้องหาหรือไม่-ตอบว่าไม่รู้จัก พ่อแม่ผู้ต้องหาก็ไม่รู้จัก อยู่ที่
ไหน ประกอบอาชีพอะไรก็ไม่ทราบ ที่ประกันให้ก็เพราะลุงของผู้
ต้องหามาขอร้อง สงสารเพราะเห็นว่าเป็นคนจนจึงช่วยประกันตัว
ให้......เราคิดในใจว่า "ใจดีจริงๆ" ขณะนี้นายประกันกำลังติดตาม
ตัวผู้ต้องหาเป็นการใหญ่ ตามมาสองเดือน หมดเงินค่าตามเป็น
หมื่นแล้วกระมังแต่ยังไม่พบแม้แต่เงา ส่วนลุงของผู้ต้องหาก็ช่วย
อะไรไม่ได้
       ความแปลกอีกกรณีคือนายประกันขอความเมตตาต่อศาลให้
ช่วยลดเงินที่หักลงหน่อย หักสักเดือนละสามพันได้ไหม ศาลพิจารณา
แล้วไม่อนุญาต โดยให้เหตุผลว่าเป็นผู้มีฐานะเนื่องจากเป็นสมาชิก
สหกรณ์ออมทรัพย์ครู....เลยทำให้รู้ว่าการเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯนั้นทำ
ให้เรามีฐานะ....ขณะนี้ศาลก็สั่งอายัดเงินปันผลสหกรณ์ของเขาไว้อีก
ด้วย.....นี่เป็นคติเตือนใจว่าเมื่อสมัครใจเป็นนายประกัน-ต้องพร้อม
รับผิดชอบ ไม่ใช่เรื่องเซ็นชื่อกันเล่นๆนะครับ.
      ๒.เพื่อนผมคนหนึ่ง เป็นผู้มีอันจะกินอยู่จังหวัดสุรินทร์ จัดงานเลี้ยง
ฉลองมงคลสมรสให้บุตรชาย พิธีการในงานทั้งหมด เช่นแสงสีเสียง
พิธีกร ดนตรี วีดิทัศน์ ....ฯลฯ จ้างเหมา "ออแกไนเซ่อ" (ไม่รู้เรียกถูก
หรือผิด) เป็นจำนวนเงิน(น่าจะสูง)....สัญญาไม่ได้ทำ...เงินจ่ายล่วงหน้า
ผู้รับจ้างได้ตังค์แล้วหายไปเลย(เพื่อนว่าบ้านอยู่ใกล้กัน) รู้ว่าเกิดการ
เบี้ยวก่อนงานเพียง ๒๔ ชั่วโมง.....งานนี้เลยกร่อย.
       ที่น่าคิดคือ เพื่อนบอกว่าผู้รับจ้างเป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นอันมาก ซ้ำ
บ้านก็ใกล้กัน คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะทำกันได้.....นี่เป็นเรื่องเตือนใจเราว่า
ที่ว่าไม่มีปัญหา...ไม่มีปัญหา...ไม่มีปัญหา...แท้จริงมีปัญหาได้ทุกเรื่อง.
พอมีปัญหาขึ้นมา....เราก็ "เซ่อไปเลย"...คือทำอะไรไม่ถูกไงละครับ.
      ๓.มีคนรู้จัก...ทั้งที่เป็นญาติ และไม่ใช่ญาติ หลายคนบอกว่าตนเอง
เจ็บป่วยด้วยโรค "มะเร็ง" ที่ตับบ้าง ปอดบ้าง...โน่น-นี่-นู่น...เป็นได้ทุก
ส่วนของร่างกาย....รับทราบแล้วใจหาย สาเหตุโรคที่เราคุ้นๆกัน เช่น
เหล้า บุหรี่ สารเคมี สารพิษ....ฯลฯ ถามตัวเองว่าจะหลบมันไปทางไหน
ก็หาคำตอบไม่ได้......เรื่องนี้เตือนใจเราว่า.."เราต้องพร้อมที่จะเป็น
มะเร็ง"...เพราะวันพรุ่งนี้คุณหมอท่านใดท่านหนึ่งอาจจะบอกกับเราว่า
"คุณเป็นมะเร็งที่...นะครับ(นะคะ) อยู่ในระยะที่.....แล้วครับ(ค่ะ)"
      ทุกวันนี้ คนไทยใช้สารพิษกันอุตลุต ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม
ส่วนด้านการท่องเที่ยวก็ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกันแบบไม่ยั้ง
แล้วเราจะทำไงดี?....ผมก็คงเป็นเหมือนท่านนั่นแหละ.
      ปี ๒๕๕๕ นี้ท่านผู้อ่านพบเรื่องน่าสนใจต่างจากผม ก็เล่าให้ผมฟัง
บ้างนะครับ....แลกเปลี่ยนเรียนรู้.
     

1.11.55

Tablet (ต่อ)

     โรงเรียนประถมศึกษาสังกัดนครนายก ได้รับแท็บเล็ตรุ่นแรกเมื่อ
ปลายเดือนสิงหาคม ๕๕ โรงเรียนที่ได้รับแจกเป็นโรงเรียนขนาด
เล็ก เมื่อได้ก่อนเพื่อนเขาน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เรียนรู้ก่อน
เพราะมีเวลาใช้ก่อนปิดภาคเรียนประมาณหนึ่งเดือน ส่วนโรงเรียน
ที่ได้รับแจกรุ่น ๒ เพิ่งจะได้รับแจกปลายเดือนตุลาคม(ปิดภาคแล้ว)
      วันนี้เปิดเทอมที่ ๒ แล้ว ออกไปเยี่ยมโรงเรียนที่ได้รับแท็บเล็ต
รุ่นแรก ๓ โรง รู้สึกผิดหวังที่พบว่ามีอยู่ ๒ โรงเรียน เด็ก ป.๑ ยังไม่
ได้ใช้แท็บเล็ตเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนเลย เมื่อยังไม่ได้ใช้
สิ่งที่มีอยู่ก็ไม่มีประโยชน์ น่าเสียดายโอกาสที่ได้ก่อนเขา
     รีบกลับมาร่วมประชุมศึกษานิเทศก์ เน้นย้ำให้ติดตามการใช้
กระตุ้นคุณครู กระตุ้นผู้บริหารโรงเรียนให้สนใจกับเรื่องนี้บ้าง ครู
อาจยังไม่มั่นใจ ครูอาจกลัวแท็บเล็ต ต้องให้กำลังใจกัน ขอเรียน
ท่านผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกแห่งให้ช่วยดูแลเรื่องการเรียน
การสอน ซึ่งรวมเรื่องการใช้แท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้ไว้ด้วย อย่าได้
ปล่อยให้คุณครูต้องหวาดผวาแท็บเล็ต หรือมองเครื่องมือชิ้นนี้
เป็น"ตัวปัญหา" รัฐทุ่มเงินมหาศาลเพื่อการนี้ ขอให้ช่วยกันทำให้
เจ้าแท็บเล็ตเกิดประโยชน์กับการเรียนของเด็กให้มากที่สุด
     ช่วยกันเถิดครับ จะเกิดประโยชน์แน่นอน....และไม่เกินความ
สามารถของพวกเราด้วย.

4.10.55

Tablet จ้ะ Tablet

      รัฐบาลมีนโยบายแจก Tablet ให้กับนักเรียน ป.๑ ทุกคน มีทั้งผู้ที่ว่าดี
ผู้ที่ว่าไม่ดี และผู้ที่ไม่ว่าอะไร(เฉยๆ) พากันพูดถึงเรื่องนี้อย่างเซ็งแซ่
     แต่ที่แน่ๆคือเด็กนักเรียนชอบมาก คุณครูประจำชั้น ป.๑ คงได้สัมผัส
แล้วว่าเด็กชอบจริงๆ หน้าที่ของพวกเรา(คือครู-ผอ.โรงเรียน-ศึกษานิเทศก์-
รอง ผอ.เขต-ผอ.เขต)ขณะนี้ก็คือ "จะทำอย่างไรให้เด็กใช้คอมพิวเตอร์
พกพานี้ให้เป็นประโยชน์กับการเรียนของเขามากที่สุด" ผมเชื่อว่าขณะนี้
ทุก สพท.กำลังทำกันเต็มที่ สพท.ประถมศึกษานครนายก ก็กำลังทำ...และ
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะเล่าว่า "เราทำอะไร?"
     ๑.เราจับตัว ผอ.เขต-รอง ผอ.เขต-ศึกษานิเทศก์ มาฝึกใช้ Tablet ที่ว่า
จับตัวก็เพราะพวกนี้หาตัวยาก อ้างโน่นอ้างนี่ ติดโน้นติดนี้เป็นประจำ
หัดใช้เครื่องกันจนพอเปิดเป็น จิ้มได้ ลูบได้ รู้ว่ามีอะไรอยู่ในเครื่องบ้าง
ก็พอแล้ว แต่ศึกษานิเทศก์เทรนมากเป็นพิเศษ
     ๒.ทำเอกสารคู่มือการอบรม การใช้ Tablet ได้ ๑ เล่ม(ใช้คู่มืออบรม
ศน.ของ สพฐ.เป็นแนว) เอกสารนี้ดีมากเลย อ่านแล้วรู้หมด
     ๓.คัดเลือกครูเก่งๆได้ ๑๖ คน พัฒนาให้เป็นแกนนำผู้เชี่ยวชาญ เอาไว้
ให้คุณครูในพื้นที่ปรึกษาหารือ ตรงนี้เราคัดให้กระจายทั้ง ๔ อำเภอ ใช้เวลา
พัฒนากัน ๓ วัน
     ๔.พัฒนาครู ป.๑ ตามหลักสูตร สพฐ.ทั้ง ๒ ระยะคือ ระยะที่ ๑ ทักษะ
การใช้ ระยะที่ ๒ การทำแผนจัดการเรียนรู้
     ๕.คัดครู ICT ที่เก่งสุดในโรงเรียน โรงละ ๑ คนมาพัฒนาความรู้เรื่อง
การดูแลรักษา การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคต่างๆ การติดตั้ง-การลบแอป-
พลิเคชั่น เอาไว้เป็นผู้ช่วยครู ป.๑ ทางเทคนิคการใช้การดูแล บำรุงรักษา
การซ่อมเป็นต้น ใช้เวลา ๒ วัน
     ๖.พัฒนา ผอ.โรงเรียน คนละ ๑ วัน ให้ ผอ.โรงเรียนสนใจ Tablet บ้าง
แอคชั่นทำว่าสนอกสนใจบ้าง เพราะถ้าขืน ผอ.ทำเป็นไม่หือไม่อือ พูดถึง
Tablet แล้วลูกตาใสซื่อ(มันอะไรกันเหรอ) ครูคงหมดกำลังใจแน่
     ๗.รอง ผอ.เขต-ศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบพื้นที่ ติดตามนิเทศการใช้
เก็บรวบรวมข้อมูลจากครู จากแกนนำในพื้นที่ จากครู ICT  ส่วน ผอ.เขต
ไม่ต้องทำอะไร คอยฟังข้อมูล แล้วถามทีมงานว่า
            (๑) จะทำยังไงต่อไปดีล่ะ
            (๒) ใครจะทำไอ้อย่างงี้ (ที่ว่าตามข้อแรก)
ทั้งหมดนี้ทำไปแล้ว ดูว่าคุณครูมีความสุขมากขึ้น ที่เคยกลัว Tablet ตอนนี้
ก็หยิบใช้กันแล้ว เราคงไม่คุยว่าเราทำดีที่สุดในประเทศไทย แต่เราก็ทำกัน
เต็มที่เท่าที่เรามีขีดความสามารถ วันที่ ๙ ต.ค.๕๕ รองเลขาธิการ กพฐ.
(ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า)
และผู้สื่อข่าวจาก BBC จะมาติดตามดูงานของเราซึ่งเราก็ยินดีมาก และถ้า

"ผู้อ่านท่านใดจะมีคำแนะนำให้เราทำอะไรเพิ่มอีก เราก็จะยิ่งยินดี"

14.8.55

ช่วยอธิบาย(แก้ตัว)เรื่องการอบรมครู(พัฒนาครูทั้งระบบ)

     การอบรมครู ตามโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ ซึ่งเป็นการพัฒนาครู
โดยมหาวิทยาลัยฯ จัดอบรมโดยมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบในแต่ละ
พื้นที่ (นครนายก ม.บูรพา มรภ.ราชนครินทร์รับผิดชอบ) สพป.
มีหน้าที่ประสานงาน ดูแล และบริการเบิกจ่ายค่าพาหนะและค่าลง-
ทะเบียนให้กับครูเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่าเกิดปัญหาและ
ความไม่เข้าใจกัน ทำให้คุณครูเสียอารมณ์ขึ้น สรุปปัญหาได้ ๒ ข้อ
ใหญ่ๆ ดังนี้
    ๑.สพป.ไม่โอนเงินให้มหาวิทยาลัย แต่ใช้วิธีเตรียมเงิน(ยืม)ไป
รออยู่ที่อบรม ครูท่านใดมารายงายตัวก็จ่ายเงินให้ไปลงทะเบียน
ทำให้เกิดความไม่สะดวก  เหตที่ทำเช่นนี้อธิบายว่ากลัวครูไปรายงาน
ตัวเข้าอบรมไม่ครบ เช่นครูมีรายชื่อไป ๑๐๐ คน ถ้าโอนเงินไปทั้ง
๑๐๐ คน แต่ไปจริง ๙๐ คน จะโอนไปเกิน ๑๐ คน(กลัวขาดทุน)
ผมได้ชี้แจงเจ้าหน้าที่ สพป.แล้วว่า "ไม่ให้คิดแบบนี้ ให้โอนไปเลย
มหาวิทยาลัยเขาต้องบริหารการอบรมตามยอดเต็ม การกลัวจะเกิน
กลัวจะขาดทำให้มหาวิทยาลัยบริหารงานลำบาก มันไม่มีกำไรและ
ไม่มีขาดทุน ต้องคิดในแง่ประสิทธิภาพมากกว่าคิดเล็กคิดน้อย"
    ๒.ค่าพาหนะของครู บอกว่าให้คนละ ๑๐๐ บาท ประเดี๋ยวก็บอก
ว่าลดลงให้แค่ ๘๐ บาท มันยังไงกันแน่ ครูโมโหและคิดว่าอีก ๒๐
บาทเอาไปไหน คิดค่าหัวคิวหรือไงกัน ในที่สุด สพป.เห็นครูโมโห
เลยกลับคำเอาไป ๑๐๐ บาทเท่าเดิม ยึกไปยึกมา
ผมขอคำอธิบาย ทำไมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนท.บอกว่าผู้สั่งเปลี่ยน
เป็นห่วงกลัวรุ่นต่อไปเงินไม่พอ เลยสั่งลดเงิน พอครูไม่พอใจก็สั่ง
กลับไปอย่างเดิมเพราะเกรงครูจะโกรธ
    ได้ชี้แจง จนท.สพป.ไปว่าให้ครูเบิกเท่าเดิมถูกต้องแล้ว.............
ยอมรับว่า.....นี่เป็นความผิดพลาดของ สพป.ซึ่งผมในฐานะ ผอ.เขตฯ
ต้องรับผิด การสั่งเปลี่ยนโดยคิดเอาเอง สั่งการทันทีโดยไม่มีการคิด
ไตร่ตรอง ไม่ดูข้อมูลตัวเลขงบประมาณให้แน่นอน ข้อมูลประกอบการ
ตัดสินใจไม่พอ ทำให้สั่งแล้วเกิดปัญหา ต่อไปต้องคิดให้รอบคอบก่อน
และต้องชี้แจงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าใจ
เสียก่อน ไม่เช่นนั้นเขาก็ต้องคิดว่าเรายึกยัก กินนอกกินใน
    ขอแก้ตัวให้ว่า สพป.ไม่ได้คิดทุจริตเบียดบังเงินของคุณครูอย่าง
แน่นอน เพราะคุณครูเขียนรายงานการเดินทาง ๘๐ บาท เราก็จ่าย
๘๐ เหลืออีก ๒๐ ก็ต้องส่งคืนคลัง ถ้าเขียน ๑๐๐ ก็จ่าย ๑๐๐ ไม่ต้อง
คืนคลัง......แต่....แต่ถ้าผู้ใดให้คุณครูเขียนเบิก ๑๐๐ แล้วจ่ายจริงแค่
๘๐ นี่แหละเบียดบังแน่ๆ เพราะอีก ๒๐ ไปไหนไม่มีใครตอบได้ ซึ่ง
เจ้าหน้าที่ของ สพป.ทั้งผู้สั่งและผู้ปฏิบัติคงจะมิได้ให้คุณครูเขียน
๑๐๐ จ่าย ๘๐ นะครับ ขอความเห็นใจว่า....มีเจตนาบริสุทธิ์ แต่อาจ
มั่วไปหน่อย. หากเขาสั่งแบบเบียดบังบอกผมทันที ผมจะลงโทษ
เขาทันทีเช่นเดียวกัน
    คุณครูที่ไปอบรมและพบเหตุการณ์นี้อ่านแล้ว ถ้าเห็นว่าข่าวสาร
ของผมคลาดเคลื่อนตรงไหนช่วยบอกด้วย และช่วยบอกกันอ่าน
หลายๆคน ใครยังข้องใจตรงไหนถามกันตรงๆ เวลาผมไปประชุมครู
ที่ไหน ให้โอกาสครูซักถามข้อข้องใจเสมอ ไม่เคยมีใครถามอะไรเลย
อาจเพราะกลัว ผอ.เขตฯ ไม่ต้องกลัวนะครับผมก็คือคนธรรมดาๆเช่น
เดียวกับพวกเรา และยืนอยู่ฝ่ายที่ถูกต้อง ฝ่ายที่มีเหตุผลเสมอ
สวัสดีครับ.
มีผู้ส่งความเห็นมาในบทความ "กระรอก.."แต่ไม่แนะนำอะไร และ
ไม่ถามอะไร ขอบคุณที่อ่าน ทางสพป.ซ่อมแซมแก้ไขก็ตั้งใจจะให้
เรียบร้อยและปลอดภัยขึ้น ปัญหาไฟไม่ตัด ปัญหาอื่นๆที่มีก็ให้ผู้รู้
ช่วยแนะนำ.....กระแนะกระแหนก็ยินดีรับฟัง.

6.8.55

แนะนำบล็อกดี-มีประโยชน์

   วันนี้ผมจะขอแนะนำ "บล็อกดี" ให้คุณครูหรือใครก็ตามที่อ่านบทความ
ของผม(มีกี่คนก็ไม่ทราบ) ได้เปิดอ่านบล็อกดีๆ มีประโยชน์สักหนึ่งบล็อก
ชื่อบล็อกว่า "คุณย่าเล่าเรื่อง" คนเขียนเป็นคุณย่าที่ส่งหลานเข้าเรียนใน
โรงเรียนสังกัด สพฐ.แห่งหนึ่ง เป็นหลักสูตรมินิอิงลิช คุณย่าให้ข้อคิดเห็น
เกี่ยวกับการเรียนบ้าง นำนิทานภาษาอังกฤษมาลงไว้บ้าง มีเนื้อหาสาระ
ที่เป็นประโยชน์กับการศึกษาของเด็กๆตามสมควร ถ้าคุณครูอ่านบ้างก็จะ
นำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เด็กๆได้ และถ้าท่านที่เป็นผู้ปกครองเด็ก
ทุกคนมีความเอาใจใส่ช่วยคุณครูสอนบุตรหลานของตนเหมือนกับคุณย่า
ท่านนี้ เด็กๆก็น่าจะมีพัฒนาการทางการเรียนได้ดีกว่าที่โรงเรียนจะจัดการ
ตามลำพัง เป็นการร่วมมือกันทั้งทางบ้านและโรงเรียนในการจัดการศึกษา
นิทานภาษาอังกฤษก็มีรูปภาพสวยๆ น่าดูประกอบด้วย
   เชิญเปิดอ่านนะครับ เพียงไปที่กูเกิล พิมพ์ว่าคุณย่าเล่าเรื่องแล้วก็
enter ก็สามารถเข้าไปอ่านได้แล้ว ส่วนจะเป็นสมาชิก หรือทำอย่างอื่น
ต่อไปผมแนะนำไม่ถูกเพราะทำไม่เป็นครับ.

26.7.55

แด่.....กระรอก ผู้โชคร้าย

  สพป.นครนายก มีอาคารสำนักงานอยู่สองหลัง ห่างกันประมาณ
สองกิโลเมตร อาคาร ๒ ของเราอยู่หน้าวัดวังกระโจม บริเวณนี้มี
ต้นไม้ใหญ่ๆหลายต้น และมีสัตว์ป่า เช่น นก กระรอก กระแตฯลฯ
อยู่บ้าง ตามธรรมชาติของมัน
  เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ ก.ค.๕๕ เวลาประมาณ ๐๖.๕๐ น.กระรอกตัว
หนึ่งโชคร้าย ขณะที่มันวิ่งเล่นหากินตามปกติคือวิ่งอยู่บนต้นไม้
กิ่งไม้ สายไฟไฟ้า ฯลฯ มันได้วิ่งเข้าไปที่หม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งอยู่
ด้านข้างอาคาร ๒ เป็นหม้อแปลงที่ส่งกระแสไฟฟ้าให้ สพป.ใช้
ทำงานอยู่ทุกวันนี้ หม้อแปลงไฟเกิดระเบิดอย่างรุนแรงหลายครั้ง
กระแสไฟที่วิ่งเข้าอาคารทำให้เครื่องตัดไฟ สพป.เกิดการช็อต
ไฟดับทั้งอาคาร  ผู้รับผิดชอบอาคารได้แจ้ง กฟภ.นย.มาดูแลแก้ไข
หม้อแปลงไฟ และให้ช่างมาซ่อมแซมในอาคาร วันเสาร์เรายังใช้
อาคารประชุมอบรมครูปฐมวัยตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย
ได้จนจบหลักสูตรในวันจันทร์
  วันอังคารที่ ๒๔ ก.ค.๕๕ เวลา ๒๐.๓๐ น.หม้อแปลงไฟเกิดระเบิด
ขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคาร ๒ เกิดไฟลัดวงจรและ
เกิดไฟไหม้ ยามใช้ถังดับเพลิงดับไฟ รถดับเพลิงจากเทศบาลเมือง
วิ่งมาอย่างรวดเร็ว(ยอดเยี่ยมมาก) เราสามารถดับไฟได้ทันเวลา
มีความเสียหายบ้างแต่ไม่มากนัก (ทราบสาเหตุภายหลัง จากคุณ
ไชโย เฉิดฉาย ผจก.ไฟฟ้าภูมิภาค นย. ซึ่งมาตรวจสอบพร้อมช่าง
และวิศวกร เมื่อ ๑๕ ส.ค.๕๕ ว่าเกิดจากฟ้าผ่า เพราะตัวล่อฟ้าระเบิด
และขาดทั้ง ๒ ตัว....ครั้งนี้ไม่ใช่กระรอก เพราะเป็นกลางคืนและขณะ
นั้นฝนตกพรำๆ กระรอกเข้านอนหมดแล้ว ขอบคุณท่านผู้จัดการฯ)
  ผู้คนพากันกล่าวโทษเจ้ากระรอกน้อยผู้เคราะห์ร้าย(กระรอกตัวนี้
เสียชีวิต จนท.ของ กฟภ.หิ้วไปเป็นพยานหลักฐานด้วย ไม่ทราบว่า
เอาไปกินหรือเปล่า) บางคนบอกว่าเพราะเจ้ากระรอกตัวเดียวทำให้
ทรัพย์สินเสียหายมากมาย บางคนว่าสัตว์ตัวเล็กๆทำให้มนุษย์
เดือดร้อน.....ไม่มีใครเห็นใจกระรอกเลยสักคน มันต้องเสียชีวิตไป
ทั้งชีวิต ชีวิตของมันเราจะคิดเป็นเงินได้กี่บาท ที่นี่บรรพบุรุษของ
มันอยู่มาก่อนมนุษย์จะมาถึง มนุษย์มาถึงแล้วก็ยังไม่มีเสาไฟฟ้า
ไม่มีสายไฟ ไม่มีหม้อแปลง มันก็วิ่งหากินไปทั่ว มนุษย์สร้างโน่นนี่
ตัดต้นไม้ ถางป่า แต่มันก็มีสิทธิจะอยู่บนโลกนี้เท่ากับมนุษย์เหมือน
กันนะครับ เวลาที่รัฐจะประกาศเขตป่าสงวน เขตอุทยาน มนุษย์
บางกลุ่มจะกล่าวอ้างว่า พวกเขาทำมาหากินมาก่อนตั้งแต่ปู่แต่ย่า
เขาต้องมีสิทธิอยู่ต่อไป แต่กระรอกไม่มีโอกาสอ้างสิทธิอย่างนี้เลย
ทั้งที่มันอยู่มาก่อนมนุษย์ เพียงเพราะมันเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ มันพูดให้
ใครฟังไม่ได้.....กระรอกผู้โชคร้าย.
  ถ้ามนุษย์หาวิธีป้องกันสัตว์เล็กทั้งหลายเช่นนก หนู งู กระรอกฯลฯ
เข้าไปในหม้อไฟได้คงจะดี สัตว์พวกนี้ไม่อยากตาย แต่ก็ต้องตาย
เพราะมันไม่รู้....เราคิดสร้างโน่นนี่ได้ ก็น่าจะคิดปรับปรุงให้ปลอดภัย
ขึ้นได้.
  ไม่ต้องห่วงเจ้าหน้าที่ สพป.นย.ที่ทำงานในอาคาร ๒ นะครับ ทุกคน
ปลอดภัย ผมให้ย้ายมารวมกันที่อาคาร ๑ ทั้งหมด ส่วนอาคาร ๒ ปิด
ชั่วคราว จะซ่อมแซมและเดินสายไฟ ระบบไฟฟ้าใหม่ รอความกรุณา
จาก สพฐ.จัดงบประมาณให้ (คิดจะทอดผ้าป่า แต่คิดแล้วสงสาร
ครู เพราะจะรบกวนขอบริจาคคุณครูให้ต้องแจกซองกันอีก จะขอ
จากคหบดีผู้มีทรัพย์ก็ยอมรับว่าไม่มีความสามารถ..จึงเลิกคิดเรื่องนี้)
  สุดท้ายนี้....ขอให้เจ้ากระรอกน้อยจงไปเกิดในภพภูมิใหม่ที่ดีกว่า
เดิม ซ่อมอาคาร ๒ เสร็จเมื่อใดจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้........
.......เป็นสุข เป็นสุขเถิด กระรอกน้อยผู้น่าสงสาร.

17.5.55

เหรียญรางวัล....จะมีความหมายอะไร?...ถ้า....

การแข่งขันความสามารถของเด็กๆนักเรียน ในด้านต่างๆ ทั้งที่
เป็นการแข่งขันทางทฤษฎี หรือแข่งปฏิบัติก็ตามที ในปัจจุบัน
ที่เราแข่งๆกันอยู่....เมื่อนักเรียนทำคะแนนถึงเกณฑ์ที่กำหนด
ก็จะได้รับรางวัล เป็นเหรียญทอง..เหรียญเงิน..เหรียญทองแดง
ฆรืออาจได้รับเงินรางวัล หรืออาจได้รับเกียรติบัตร ยกย่องเชิดชู
เกียรติตัวนักเรียน และคุณครูที่ฝึกสอนเด็ก นับเป็นขวัญ..กำลัง
ใจ เป็นการพัฒนาความสามารถของเด็กได้เป็นอย่างดี...แต่
แต่....อะไรหรือครับ?....แต่ท่านลองดูวิธีการต่อไปนี้ซิครับ..ว่า
มันต่างกันอย่างไร และมันส่งผลอะไรกับนักเรียนบ้าง
สมมติว่ามีการแข่งขันแต่งกลอนดอกสร้อย ชั้น ป.๖
คัดเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดนครนายก..ไปแข่งระดับประเทศ
จังหวัดนครนายกให้กลุ่มโรงเรียนจัดแข่งระดับกลุ่มฯ ส่งตัวแทน
กลุ่มมาแข่งที่จังหวัด
กลุ่ม ก.จัดประชุมโรงเรียนทุกโรงในกลุ่มฯ ซึ่งมี ๘ โรง ผลการ
ประชุมตกลงกันว่าให้โรงเรียนขยันวิทยา เป็นตัวแทนกลุ่มฯ
ด้วยเหตุผลว่า โรงเรียนนี้.....(เหตุผลร้อยแปด)  โรงเรียนขยันฯ
กลับไปที่โรงเรียนแจ้งให้ครูเจิดจ้า(สอนภาษาไทย ป.๖) จัดการ
ครูเจิดจ้า เลือกเด็กหญิงแจ่ม ซึ่งเรียนเก่งที่สุดในเรื่องภาษาไทย
เอามาฝึกสอนอย่างเอาเป็นเอาตาย สอนอยู่สิบวันสิบคืน แต่ง
กลอนดอกสร้อยได้หลายสิบบท พอถึงวันแข่งที่จังหวัด เด็กหญิง
แจ่มทำคะแนนได้ ๙๙ คะแนน(เต็มร้อย) ได้ที่ ๑ และเป็นตัวแทน
นครนายกไปแข่งที่ประเทศไทย ผลการแข่งขันระดับประเทศ
เด็กหญิงแจ่มทำคะแนนได้ ๙๒ คะแนน ได้รางวัลเหรียญทอง
คุณครูเจิดจ้าได้เกียรติบัตรผู้ฝึกสอน โรงเรียนขยันวิทยาและ
สพป.นครนายก ได้ชื่อเสียง....แต่ว่าเด็ก ป.๖คนอื่นๆของกลุ่ม ก.
นั้นไม่รู้จักกลอนดอกสร้อย แต่งก็ไม่เป็น
อีกวิธี กลุ่ม ก.ประชุมโรงเรียนในกลุ่มแล้ว ทั้ง ๘ โรงเรียนก็ไป
จัดการเรียนการสอนเรื่องกลอนดอกสร้อย กับนักเรียนชั้น ป.๖
สอนเสร็จแล้ว ให้นักเรียนลงมือแต่งกลอน นำผลงานของเด็กมา
ตรวจสอบ แนะนำ ฯ จัดแข่งขันแต่งกลอนดอกสร้อย คัดผลงานที่
ดีที่สุด ของโรงเรียนมาประกวดที่กลุ่ม ก. ผลปรากฏว่าเด็กหญิง
แจ่ม นักเรียน ป.๖ โรงเรียนขยันวิทยาได้ที่ ๑ เป็นตัวแทนกลุ่ม ก.
มาแข่งที่จังหวัดนครนายก ผลที่จังหวัด เด็กหญิงแจ่มยังเป็นที่ ๑
อีก ก็เป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งระดับประเทศ การแข่งที่ระดับ
ประเทศเด็กหญิงแจ่มทำคะแนนได้เพียงเหรียญทองแดง
คุณครูเจิดจ้า-โรงเรียนขยันวิทยา-สพป.นครนายก ได้หน้าตา
เพียงเล็กน้อย....แต่ว่าเด็ก ป.๖ ทุกคนของโรงเรียน ๘ โรงใน
กลุ่ม ก.ได้เรียนเรื่องกลอนดอกสร้อย ได้แต่งกลอนกันคนละบท
สองบท.
คำถามว่าเหรียญรางวัลมีความหมายอะไร? ช่วยกันหาคำตอบที
ระหว่างเหรียญทอง ในกรณีแรก.....กับ
เหรียญทองแดง......ในกรณีที่สอง.

2.4.55

การพัฒนาก่อนแต่งตั้งวิทยฐานะ

ข้าราชการครูฯจะมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็น....ชำนาญการพิเศษ
หรือเป็น.....เชี่ยวชาญ ก็ต้องรับการพัฒนาก่อนจะแต่งตั้ง
กาลครั้งหนึ่ง ไม่นานนัก การพัฒนาตามหลักสูตรนี้ ก.ค.ศ.กำหนดให้เป็น
หน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ซึ่ง สพท.ก็ทำหน้าที่นี้ได้ดี......
ดีจริงนะครับ....พิสูจน์ได้เพราะแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะ....ชำนาญการพิเศษ
กันไปมากแล้ว ผมอยู่ สพท.ปราจีนบุรี จัดอบรมพัฒนากันหลายรุ่น
ครูปราจีนฯ ครูนครนายกมาอบรมกัน ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องเสียค่า
ที่พักค้างคืน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เก็บเงินแล้วผมให้ตั้งกรรมการรุ่น
บริหารเงินกันเอง....โปร่งใสไร้กังวล คุณภาพการอบรมผมว่า "ดี...ใช้ได้
นะครับ" เพราะทำตามหลักสูตร ก.ค.ศ.ทุกอย่าง
กาลบัดนี้.....พ.ศ.๒๕๕๕.....ห้าห้า.
ท่านเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ให้มหาวิทยาลัยฯจัดพัฒนา ครูต้องจ่ายเงินทันที
สี่พันบาท(ชำนาญการพิเศษ)และห้าพันบาท(เชี่ยวชาญ)....ลงทะเบียน
แล้ว.....มหาวิทยาลัยฯ....อยู่นู้น ไกลครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ไกล นครนายก
ปราจีนฯ ก็ไปนู่นแหละ...ปทุมธานีบ้าง ชลบุรีบ้าง น้ำมันก็แพง ไปกลับวัน
ละหลายสตางค์ ถ้าจะค้างก็ค่าที่พักครับ ค่ากินอีกด้วย การอบรมใช้เงิน
โดยเฉลี่ยน่าจะสูงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว......คุณภาพการอบรม...รอพิสูจน์ว่า
จะดีกว่าเดิมหรือไม่....ครูจะได้อะไรมาบ้าง.
คำถามคือ....เราก็พูดกันจังว่าครูเป็นหนี้มาก ต้องแก้ไขปัญหาหนี้สินครูกัน
อยู่ทุกยุคทุกสมัย แล้วบางคนก็โทษว่าครูว่าไม่รู้จักพอเพียง กู้เงินกันจัง
กู้มันทุกอย่าง.....แล้วทำไมหาเรื่องให้ครูเสียสตางค์มากขึ้น ?
ครูได้อะไร...นักเรียนได้อะไร...ราชการได้ประโยชน์ใด?
แล้วใครจะตอบ?

29.2.55

จังหวัดอัจฉริยะต้นแบบ

เมื่อ ดร.สุรชัย ศรีสารคาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ท่าน
เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ท่านได้แสดง
วิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาจังหวัดนครนายกให้เป็น"จังหวัดอัจฉริยะ"ซึ่ง
ใช้ภาษาอังกฤษว่า "SMART PROVINCE" และเมื่อวันที่
๒๔ ก.พ.๕๕ ที่ผ่านมาก็ได้มีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน
ระหว่างกระทรวง ICT(น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการฯ)
กระทรวงมหาดไทย(นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงฯ)และ
ผู้แทนจากภาคเอกชนที่เป็นผู้นำทาง ICT หลายบริษัท โดยเป็นที่
แน่นอนว่า กระทรวง ICT ได้คัดเลือกจังหวัดนครนายกเป็นต้นแบบ
ที่จะพัฒนาให้เป็น SMART PROVINCE ในอนาคตอันใกล้นี้
แล้วขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆต่อไป หากท่านผู้อ่านสนใจว่าจังหวัด
อัจฉริยะ นั้นจะเป็นอย่างไรขอเชิญเปิดอ่านที่เว็บไซต์ของท่านผู้ว่าฯ
โดยตรง ............ ขอประชาสัมพันธ์นิดหน่อยว่าท่านผู้ว่าฯสุรชัย
ของเรานี้ เป็นยอดฝีมือทาง ICT ตัวจริง ท่านเคยเป็น ผอ.สำนัก
ทะเบียนราษฎร์ ของกรมการปกครอง เป็นผู้ทำให้เกิดเลขประจำตัว
ประชาชน ๑๓ หลัก และบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด
เพราะฉะนั้นนครนายกเราต้องเป็นสมาร์ทจังหวัดแน่นอน....ใครมีที่
ดินอย่าขายนะ อนาคตจังหวัดนี้จะเป็นจังหวัดน่าอยู่ที่สุดในประเทศ
ไทย...สะอาด...ปลอดภัย...ทันสมัย.เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้.......
คนที่ยังไม่มีบ้านที่นครนายก รีบมาซื้อด่วน.

13.1.55

สพป.นย.อาสาฟื้นฟูโรงเรียน ๔-๕














โครงการ สพป.อาสา ฟื้นฟูโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วม ของพวกเรา
ได้ยุติลงเมื่อ ๒๓ ธ.ค.๕๔ ที่โรงเรียนบ้านช่องตะเคียน ก่อนหน้านี้
๒๑ ธ.ค.๕๔ เราไปช่วยโรงเรียนวัดสมบูรณ์สามัคคี แล้วมาปิดโครงการ
ที่ช่องตะเคียน ทั้งสองแห่งได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวนครนายก
เป็นอย่างดีเช่นเคย ต้องขอบคุณทุกคน และปิดงานครับ.
เราคิดจะปรับโครงการในอนาคต ให้เป็นการรวมพลังกันพัฒนาโรงเรียน
ด้านใดด้านหนึ่งตามความเหมาะสม เช่นถ้าโรงเรียน ก.ไก่ อยากจัด
ห้องสมุด เราก็จะระดมพลที่สนใจงานนี้ไปช่วยกัน แต่คงต้องหารือวิธี
การและรูปแบบการระดมพลังกันอีกครั้ง
สุดท้ายของโครงการ คงต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยสนับสนุนทั้งกำลัง
กาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ ขอกุศลกรรมนี้ส่งผลให้ท่านประสบแต่สิ่งที่
ดีงามตลอดชีวิตเทอญ.

15.12.54

สพป.นย.อาสาฟื้นฟูโรงเรียน ๓





















วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
วันนี้พวกเรารวมพลังกันอีกครั้ง เดินทางไปโรงเรียนวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม
ซึ่งน้ำท่วมชนิดสาหัส พี่น้องจาก สพป.จากโรงเรียนและจากชุมชน มารวม
กัน แบ่งงานแบ่งหน้าที่แล้วลงมือ ท่านกำนันชา(ธนศักดิ์ จิรโอฬานนท์)
ให้เกียรติมาต้อนรับพวกเรา และที่เกินความคาดหมายคือท่านผู้ว่าราชการ
จังหวัดนครนายก(สุทธิพงษ์ จุลเจริญ)มาให้กำลังใจเรา แถมยังช่วยลงมือ
ดึงต้นไม้(ให้ล้มถูกทาง) ดึงเสร็จท่านเบ่งกล้ามให้ดูอีกด้วย อยู่รับประทาน
อาหารกลางวัน(แบบตามมีตามเกิด)กับพวกเรา ควักตังค์ช่วยโรงเรียนอีก
สามพันบาท ผู้ว่าฯอย่างนี้มีท่านเดียวในประเทศไทย
งานของเราหนักมาก และยังอันตรายมากด้วย สมาชิกอาสาจากโรงเรียน
วัดท่าชัย(อ.เมือง)หูฉีกต้องเย็บเจ็ดเข็ม และสมาชิกจากโรงเรียนบ้านชุุมพล
(อ.องครักษ์)ถูกเศษไม้ที่ตาขาว ต้องรีบไปส่งโรงพยาบาล แต่งานของเรา
ก็เสร็จเรียบร้อยจนได้ในตอนบ่าย โรงเรียนสะอาดพร้อมเรียนและปลอดภัย
มากกว่าเดิม เสร็จสิ้นภารกิจต้องขอบคุณทุกๆท่าน โดยเฉพาะท่านกำนัน
และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ขอให้ท่านมีความสุขความเจริญยิ่งๆ
ขึ้น พวกเราจะเชียร์ท่านทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ครั้งต่อไป ๒๑ ธ.ค.๕๔ เราจะไปที่โรงเรียนวัดสมบูรณ์สามัคคี และ ๒๓
ธ.ค.๕๔ เราจะไปที่โรงเรียนบ้านช่องตะเคียน แล้วพบกันใหม่.
สวัสดีครับ.

3.12.54

สพป.นย.อาสาฟื้นฟูโรงเรียน ๒














วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
วันนี้คณะอาสาสมัครจาก สพป.นย.หลายสิบคน พากันไป
โรงเรียนบ้านเตยใหญ่ อำเภอองครักษ์ ซึ่งน้ำท่วมแช่อยู่มาก
กว่า ๒ เดือน ต้นไม้ใหญ่ตายเกือบหมด เราเตรียมอาหารไป
ปิคนิคกันด้วย อุปกรณ์ วัสดุสำหรับทำส้มตำ ผมต้มไข่ไก่ไป
๓๐ ฟอง น้ำพริกเผาเผ็ดๆ ไป ๑ ถุง(๒๐ บาท) คนอื่นๆ ก็
สนุกสนานกับการเตรียมของกินกลางวัน ถนนไปโรงเรียน
ชำรุดเสียหายอย่างรุนแรงจากฤทธิ์น้องน้ำ ท่านนายก อบต.
ซึ่งมาต้อนรับพวกเราด้วย บอกเราว่าตำบลบางสมบูรณ์
ขณะนี้ถนนพังหมด ชาวบ้านลำบากมาก หน่วยงานเจ้าของ
ถนนคือ อบจ.นครนายก ยังไม่มาซ่อมแซม แม้จะแจ้งไปแล้ว
หลายครั้ง ส่วน อบต.เองก็ไม่มีกำลังคน เครื่องจักร และเงิน
มากพอจะดูแลตนเอง
คณะอาสาสมัครทะยอยมาจากทั้งสี่อำเภอ พี่น้องเรามากัน
มากกว่าครั้งที่แล้วเกือบเท่าตัว ทั้งที่เราไม่ต้องออกคำสั่ง
ทุกคนมาเมื่อรู้ว่าเรามีกิจกรรมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวของเรา งานฟื้นฟูสภาพโรงเรียนเดินหน้าอย่าง
รวดเร็วเกินคาด เพียงครึ่งวันงานก็เสร็จเรียบร้อย สวยสะอาด
อีกครั้ง ผอ.โรงเรียน และคุณครูยิ้มหน้าบาน ยกข้าวสวยหนึ่ง
หม้อ แกงเผ็ดอีกหนึ่งหม้อมาให้เรา พวกเรากินข้าวอิ่มแล้ว
ก็ลาท่านนายก อบต. ผอ.โรงเรียน คุณครู นักเรียน โรงเรียน
บ้านเตยใหญ่ กลับละครับเสร็จงานแล้ว ถ้าอยู่ต่อท่านต้อง
หมดเปลืองน้ำท่ามาต้อนรับ
ขอบคุณคณะผู้บริหารอำเภอองครักษ์ อำเภอเมืองฯ หลาย
ท่านที่มาช่วยงาน บางท่านลงมือจับจอบเอง บางท่านเอา
เครื่องดื่มมาฝากเรา.....ขอบคุณ.

18.11.54

สพป.นย.อาสาฟื้นฟูโรงเรียน















วันศุกร์ที่ ๑๘ พ.ย.๕๔
วันนี้ ชาว สพป.นครนายก จำนวนกว่า ๒๐ คน ชักชวนกันไปช่วย
โรงเรียนบ้านปากคลองพระอาจารย์ ซึ่งน้ำท่วมหนัก แช่อยู่ตั้ง ๒
เดือนกว่า อาคารต่างๆเสียหาย ต้นไม้ตาย สภาพอาคารสถานที่
ค้องฟื้นฟูหลายด้าน ครู ๔ คนกับนักเรียนตัวเล็กๆเพียง ๕๐ คน
คงทำเองลำบากมาก เรารวบรวมเงินบริจาค(จากพวกเราเอง)ได้
๔๖๖๐ บาท ซื้อวัสดุที่จำเป็น อาหารกลางวัน(เตรียมไปกิน) ที่
เหลือเราให้ทางโรงเรียนหมดทุกบาททุกสตางค์ เตรียมสำรวจ
งาน(ที่จะทำ) แบ่งงานกันทำ แล้วแต่งตัว(อย่างเท่)ขึ้นรถตู้สพป.
บ้าง ขับรถไปเองบ้าง ถึงโรงเรียนประมาณ ๙นาฬิกา ก็ลงมือทำ
งาน ทางชมรมนักพัฒนา(พี่น้องลูกจ้างประจำ)ยกพวกมาช่วยอีก
กว่า ๒๐ คน(ได้งานได้การก็พวกเขานี่แหละ) ท่านผู้บริหาร
โรงเรียนในอำเภอองครักษ์ซื้อน้ำแข็งและเครื่องดื่มมาให้เราด้วย
งานเดินหน้าอย่างรวดเร็วเกินคาด ครึ่งวันแรกเราตัดหญ้าเรียบ
กวาดใบไม้ ตัดต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นตาย ๕ ต้น ทอนเป็นท่อนๆ
รวมกันไว้ ต้นไม้เล็กที่ตายก็ตัดเอามากองรวม ขัดสีพื้นอาคาร
ที่สกปรก ขูดสีที่ลอกเพราะแช่น้ำมานาน ทำความสะอาดทั่วทั้ง
บริเวณ รวมถึงหน้าโรงเรียนด้วย ผอ.โรงเรียนบ้านปากคลอง-
พระอาจารย์ ดีใจจนน้ำตาซึม ตอนพักกินข้าวเราก็พักกันแป๊บเดียว
ก็คว้าเลื่อย คว้ามีด คว้าไม้กวาด ฯลฯ ลุยด้านข้างซึ่งเป็นสวนกล้วย
ต่อ ปลูกต้นไม้(มะดัน)ซึ่ง อ.สุนทร เชยชื่น ศน.เชี่ยวชาญ ซื้อมา
ให้ทดแทนต้นไม้เดิมตามแนวริมคลอง ทีนี้ละน้ำท่วมก็ไม่เป็นไร
ปลูกกัน ๑๙ ต้นหมดแล้ว รวมหมู่ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เป็น
บรรยากาศที่ดีจริง.....เราตกลงกันว่า เราจะทำอีก.
พบกันครั้งต่อไป ที่โรงเรียน...............................
วันนี้..สวัสดีครับ.

10.11.54

"ลอยกระทง"คืนอันตราย

วันนี้วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เมื่อคืนก่อน(๑๐พ.ย.)เป็นคืน
ลอยกระทง เดือนหงายสว่างจ้าน่าชื่นชม อากาศเย็นสบาย เป็น
คืนที่ควรจะสงบ สบาย สว่างไสวจริงๆ แต่....ตรงกันข้ามครับ....
ตอนค่ำๆผมออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน....มีเสียงประทัดดังปึงปัง
ตลอดเวลา...บนท้องฟ้าที่นวลผ่องด้วยแสงจันทร์ มีโคมลอยซึ่ง
ติดไฟลุกโพลงลอยขึ้นเป็นระยะๆ ไม่ขาดสาย ไม่รู้ว่าเมื่อไรมัน
จะตกใส่บ้านใคร....บนถนนขวักไขว่ด้วยรถจักรยานยนต์ของลูก
หลานวัยรุ่นซ้อนสองซ้อนสามออกเที่ยว...เสียงดัง...ปัง...เปรี้ยง
ตูม...ไม่ได้ดังเฉพาะตอนหัวค่ำ แต่ดังตลอดคืนเลยครับ...ตื่นเมื่อ
ใดก็ได้ยินเมื่อนั้น...และในตอนเช้าแหล่งน้ำของเราทุกแห่งหน
มีขยะเพิ่มอีกบานตะไท....นครนายกบ้านผมนี้ปกติมีขยะมากอยู่
แล้ว ข้างถนน ริมคลอง..ฯลฯ เกลื่อนกลาดไปหมด แต่หลังคืน
ลอยกระทงในแม่น้ำลำคลองเราก็มีขยะเพิ่มขึ้นมากมาย..........
นี่คือเหตุการณ์คืนลอยกระทงที่นครนายก....พี่น้องเพื่อนครูทุก
ท่านครับ ในฐานะครู...ในฐานะพ่อแม่...เราคงต้องสอนลูกเรา
หลานเรา ศิษย์ของเราแล้วละครับว่าประเพณีลอยกระทงนั้นแท้
ที่จริงมีจุดมุงหมายใด มีความเป็นมาอย่างไร และเราควรปฏิบัติ
อย่างไรในคืนลอยกระทง....การจุดประทัด ทั้งประทัดยักษ์
ประทัดแคระ ยิงปืน สนุกสนานคึกคะนองนั้นอาจเกิดอันตราย
กับผู้อื่นและตนเอง รบกวนความสงบสุข ทำลายบรรยากาศที่
มีความสุข...การขับขี่รถจักรยานยนต์เร็ว การดื่มเหล้าเบียร์ การ
ยกพวกทะเลาะและทำร้ายกัน ก่อให้เกิดอันตรายกับชีวิตและ
ทรัพย์สินอย่างไร....โคมลอยที่จุดไฟปล่อยขึ้นไปบนฟ้าไม่ใช่
ประเพณีลอยกระทง และมันมีอันตรายกับผู้อื่นครับ เพราะมัน
อาจจะทำให้เครื่องบินเกิดอุบัติเหตุ แล้วถ้ามันตกลงบนพื้นก่อน
ที่ไฟจะดับอาจทำให้ไฟไหม้บ้านเรือน ทรัพย์สินเสียหายได้....
ผมคิดว่าบทความนี้คงมีคนเห็นด้วยกับผมส่วนหนึ่ง...อีกส่วนหนึ่ง
อาจจะตำหนิผมว่าหัวโบราณ เขาสนุกสนานกันก็มาคิดมาก..จะ
ทำลายประเพณีวัฒนธรรมไทยหรืออย่างไร...แต่พี่น้องเพื่อนครู
ทุกท่านครับ มันเป็นคืนที่อันตรายจริงๆนะครับ...เราอาจจะถูกลูก
หลงเข้าตอนไหนก็ได้...เด็กที่จุดประทัด...กินเหล้า..ขี่รถปรู๊ด
ปร๊าดอยู่นั้น ลูกศิษย์เราทั้งนั้นแหละ...แล้วผมก็มั่นใจว่าประเพณี
ลอยกระทงแท้ๆ มันไม่เป็นอย่างนี้แน่นอน ถ้าเราช่วยกันแนะนำ
ลูกศิษย์(รวมทั้งลูกหลาน)ให้เฉลิมฉลองเทศกาลนี้ให้งดงาม
คืนที่เดือนหงายแจ่มจ้าอย่างนี้ เราคงมีความสุขกันมาก.
สวัสดี.

13.9.54

เล่าเรื่อง"เมืองฝรั่ง"




ตอนที่ 2 สิ่งมีชีวิต
2.1 พืช (ต้นไม้ใหญ่ หญ้า วัชพืช พืชไร่นาฯลฯ)
ดูเหมือนฝรั่งจะรักษาป่าและปลูกป่าไว้มาก ต้นไม้ใหญ่ในป่าจึงมีมาก
เช่นกัน ถ้าท่านดูภาพเมืองริมแม่น้ำไรน์ของเยอรมัน จะเห็นว่าตัวตึก
อาคารบ้านเรือนกับป่าอยู่ชิดกัน ใช้ประโยชน์พื้นที่เท่าใดก็แค่นั้น จะ
ถางป่าขยายเรื่อยไปไม่ได้ แต่ต้นไม้เมืองหนาวไม่สวยเหมือนต้นไม้
เมืองร้อน ต้นเมเปิ้ลของฝรั่งถ้าเปรียบกับต้นพอก ต้นกระบก แล้วละ
ต้องแพ้ต้นพอกต้นกระบกแน่นอน ส่วนพืชไร่นาของเขาที่เห็นข้าง
ทางมากคือหญ้า ปลูกแล้วตัดม้วนไว้เป็นก้อนโตๆ ข้าวโพดเห็นมาก
ในประเทศเบลเยี่ยม องุ่นพบมากที่เยอรมัน เป็นไร่องุ่นพันธุ์ต่างๆ
พบบ้านหนึ่งปลูกให้เลื้อยขึ้นบนบ้าน ออกลูกเป็นพวงระย้า สวยดี
ได้ถ่ายภาพมาด้วย ดูจากพืชที่เห็นแล้วบอกได้ว่าฝรั่งให้ความสำคัญ
กับอาชีพเกษตรกรรมมาก ให้ความสำคัญกับต้นไม้ใบหญ้ามากจริงๆ
วัชพืชที่ขึ้นริมทางก็ยังน่ามอง
2.2 สัตว์ (สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า)
สัตว์เลี้ยงข้างทางเห็น วัว ม้า แพะ แกะ เดินแทะเล็มหญ้าอยู่ในแปลง
ที่เนเธอร์แลนด์วัวตัวโตมาก ไม่ควรคิดอุ้มเล่นนะครับ เข้าใจว่าเป็นวัว
นม ส่วนสัตว์ป่าที่เห็นส่วนใหญ่เป็นนกน้ำ เช่นนกเป็ดน้ำ หงส์ นกใน
ตระกูลนกอัญชัน นกกาน้ำ นกป่าที่อยู่ตามถนนหนทางเช่นนกพิราบ
ก็มีมาก ล่องเรือในคลองที่เนเธอร์แลนด์นั่งนับจำนวนนกน้ำในคลอง
เพลินจนไม่ได้ดูบ้านดูเมืองสักเท่าใด นกพวกนี้คุ้นกับคนและเรือแพ
มีนกชนิดหนึ่ง คล้ายอีกาของไทยมาก แต่สีออกเทาดำ ไม่ดำสนิทเช่น
กาไทย แต่พอมันร้องมันร้องเสียงดัง "กา...กา"เหมือนกาไทยเปี๊ยบ
ก็คงจะเป็นกาฝรั่งนั่นแหละครับ
2.3 คน
คนในสี่ประเทศนี้ มีฝรั่งผิวขาวเป็นฝรั่งดั้งเดิม แต่เดี๋ยวนี้มีฝรั้่งดำ
ฝรั่งน้ำตาล ฝรั่งเหลืองฯลฯ เข้ามาอยู่ด้วย ฝรั่งดำที่ฝรั่งเศสนั้นมีชนิด
ดำเฉยๆ กับชนิดด๊ำดำ(คือดำเป็นถ่านหุงข้าวเลยแหละ) ทั้งนี้คงเป็น
เวรกรรมตามทันตาเห็น เมื่อครั้งที่คุณล่าเมืองขึ้นหรือคุณไปจับเขามา
ขายเป็นทาส เขาก็เลยกลายเป็นพลเมืองของคุณในปัจจุบันไปด้วย
คุณจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ตามที มันเป็นกรรมของคุณเอง ทุกวันนี้เกิด
กระแสต่อต้านการเหยียดผิว คงทำให้พลเมืองผิวสีเหล่านี้ได้รับการ
ดูแลยอมรับดีขึ้น
การศึกษาที่จัดให้กับประชาชน ได้ข้อมูลมาประเทศเดียวคือเนเธอร์-
แลนด์ สรุปความก็คือครูของเขาไม่เป็นข้าราชการ ใช้ระบบจ้างซึ่งครู
สามารถเลือกได้ว่าจะทำงานเต็มเวลา หรือทำไม่เต็มเวลา ค่าจ้างสูง
แต่ต้องเสียภาษีมาก และต้องหักเป็นเงินในลักษณะคล้ายๆประกัน
สังคมบ้านเราหลายรายการ ค่าครองชีพเมืองฝรั่งก็แพง น้ำดื่มขวด
เล็กก็เกือบร้อยบาทไทยแล้ว ครูฝรั่งจึงใช้จ่ายประหยัด ถีบจักรยาน
ไปทำงาน(เป็นปกติทุกอาชีพ) ทำแซนวิชไปกินกลางวัน เก็บเงินไว้
พอถึงเวลาพัก(Holiday)ฝรั่งก็เที่ยว ครูประถมสอนทุกวิชา เด็กที่
เรียนจบประถมแล้วก็จะเลือกเส้นทางเรียนต่อ เด็กจะเข้ามหาวิทยาลัย
ก็ไปเรียนแบบหนึ่ง เด็กจะเรียนสายอาชีพก็เรียนมัธยมอีกแบบหนึ่ง
ฝรั่งไม่สนใจปริญญามากนัก คนเรียนทางอาชีพมีรายได้สูง เด็กเลือก
เรียนในทางที่ตนเองชอบ สนใจ ถนัด โดยผู้ปกครองและครูเป็นผู้ช่วย
คิด(ซึ่งตรงนี้บางคนคงจะเห็นว่าโม้ เด็กจบประถมจะคิดเองได้หรือ
แต่ผมเชื่อ...เพราะผมเคยอ่านประวัติภราดาท่านหนึ่งซึ่งเคยเป็นครู
เป็นผู้บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และโรงเรียนอัสสัมชัญระยอง
ท่านเล่าประวัติท่านว่าเมื่อเด็กยังไม่จบชั้นประถม มีนักบวชคณะหนึ่ง
มาประชาสัมพันธ์ที่โรงเรียนว่าจะรับสมัครผู้สนใจเข้าฝึกหัดเป็นนักบวช
เรียนจบแล้วจะได้ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ท่านสนใจจึงไปเขียน
ใบสมัครไว้ ต่อมาอีกระยะหนึ่งก็มีหนังสือสอบถามว่ายังยืนยันเจตนา
นั้นหรือไม่ ท่านยืนยันเจตนา...ท่านจึงได้ฝึกหัดเป็นนักบวช...เรียน..
ต่อมาก็ออกจากฝรั่งเศสมาปฏิบัติงานที่อินเดีย แล้วย้ายมาปฏิบัติงาน
ที่ประเทศไทย...ทุกวันนี้ท่านโอนสัญชาติเป็นไทย...ผมจึงเชื่อว่าเด็ก
ฝรั่งกล้าที่จะตัดสินใจเลือกทางชีวิตของตนเองได้เพราะภราดาท่านนี้
ท่านสมัครที่จะทำงานเป็นนักบวชตั้งแต่ท่านอายุไม่ถึงสิบขวบเสียด้วย
ซ้ำ)ครูที่ทำงานไประยะหนึ่งแล้วถ้าออกจากงาน จะได้รับเงินจากกองทุน
เป็นค่าเลี้ยงชีพประมาณ 70%ของค่าจ้าง (ซึ่งผมเข้าใจว่าเหมือนอาชีพ
อื่นๆ...เพราะฝรั่งแก่ที่มาอยู่เมืองเรามักจะมีเงินรายได้แบบนี้ซึ่งพอคิด
เป็นเงินไทยแล้ว ก็อยู่สบาย ปลูกบ้านหลังเบ้อเริ่มเทิ่ม) มีคนถามฝรั่งว่า
ครูฝรั่งเป็นหนี้มากหรือเปล่า ฝรั่งงงมาก ถามว่าทำไมเป็นหนี้ เป็นหนี้ทำไม
ฝรั่งไม่เข้าใจ (เหมือนกับปัญหาการซื้อเสียงของนักการเมืองไทย..ถ้าไป
ถามฝรั่ง...ฝรั่งจะเป็นงงอย่างแรง เพราะแกไม่เข้าใจวิธีคิดแบบนี้) แต่สรุป
ว่าครูฝรั่งไม่เป็นหนี้ คงเป็นเพราะไม่มีใครให้แกกู้ แล้วแกก็ไม่รู้จะกู้ไปทำ
อะไรประกอบกัน ฝรั่งทำงานมากได้ตังค์มากก็จะต้องเสียภาษีมากด้วย
บางทีฝรั่งก็ทำแค่พอกิน พอเที่ยว จะได้ไม่ต้องเสียภาษีมาก เรื่องเที่ยวนี้
เขาเที่ยวกันจริงๆจังๆ ที่พระราชวังแวร์ซายพบฝรั่งร้อยชาติ(เว่อหน่อย)
ที่รู้ว่าร้อยชาติดูจากธงที่ไก๊ด์ชูเรียกลูกทัวร์ ฝรั่งพวกนี้มาจากประเทศ
ใกล้ๆกันนั้นแหละ.....ครูมัธยมได้เงินเดือนสูงกว่าครูประถม ผู้บริหารได้
ค่าจ้างสูงกว่าครู...เงินเดือนครูเริ่มต้นประมาณเดือนละแสนบาท(ทำเต็ม
เวลา) ระหว่างทำงาน ถ้าโรงเรียนเห็นควรให้ไปเรียนต่อโรงเรียนจะให้ทุน
ส่วนหนึ่ง รัฐให้ส่วนหนึ่ง....นักเรียนเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านเท่านั้น ไม่มี
การขึ้นรถไปเรียนไกลๆข้ามเขตข้ามแดน...ฝรั่งไม่เรียนกวดวิชา เราถาม
ฝรั่งก็งง...สงสัยว่าจะกวดไปทำอะไร. นี่แลการศึกษาเมืองกังหันลม.
พฤติกรรมอย่างหนึ่งของฝรั่ง ที่ผมเห็นว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก
คือการสูบบุหรี่ ฝรั่งหญิง ฝรั่งชาย ฝรั่งแก่ ฝรั่งหนุ่มสาว รวมทั้งฝรั่งเด็ก
สูบบุหรี่กันมาก หญิงชายบางคู่ต่างคนต่างคีบบุหรี่ ดูดแล้วพ่นควันใส่
หน้ากัน แล้วก็ดูดปากกัน พอปล่อยปากก็ดูดบุหรี่พ่นควันใส่หน้ากันต่อ
ที่จตุรัสในเมืองอัมเสตอร์ดัม เห็นเด็กฝรั่งอายุสักสิบขวบได้นั่งสูบบุหรี่
ปุ๋ยๆ และขยะในเมืองฝรั่งที่พบมากที่สุดคือก้นบุหรี่ครับ.
วันต่อไปจะนำภาพสิ่งมีชีวิตที่ถ่ายมาลงให้ชม ที่มีก็หงส์ กา นกเป็ด

พวกนี้ สัตว์ใหญ่ๆไม่ค่อยได้ถ่ายไว้




ต้นเมเปิ้ลริมถนนในกรุงแพรีส คนยืนอยู่เป็นฝรั่งเหลือง



ปั๊มน้ำมัน ถนนที่เห็นเป็นทางเข้าปั๊มคล้ายกับทางคู่ขนานของถนนหลัก

ด้านหลังต้นไม้เป็นแถวๆ จะเป็นที่จอดรถที่ต้องการพัก



ดอกไม้ริมทาง เป็นวัชพืชมีดอกจิ๋วๆ ขนาดประมาณ 1 ซ.ม.



นกเป็ดน้ำ และหงส์ในคลองที่กรุงอัมเสตอร์ดัม ว่ายไปทั่วไม่ต้องกลัว

ถูกถอนขนตุ๋นยาจีน










นกฝรั่งขนสีเทาดำ หน้าตาดี เวลาร้องเสียงดัง "ก๊า ก๊า"








เถาองุ่น กำลังออกลูกเป็นพวง ห้อยอยู่เหนือประตูบ้านหลังหนึ่งที่เยอรมัน


12.9.54

เล่าเรื่อง"เมืองฝรั่ง"

เล่าเรื่อง "เมืองฝรั่ง"
สพฐ.ได้กรุณาอนุญาตให้ผมและคณะ ผอ.สพท.จำนวนหนึ่ง
ไปราชการการต่างประเทศที่ประเทศเยอรมัน เนเธอร์แลนด์
เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11-18 ส.ค.54 โดยมีท่าน
ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน
เป็นหัวหน้าคณะ นับเป็นโอกาสที่คาดไม่ถึงว่าชีวิตนี้จะได้มี
เพราะแม้ว่าโลกจะเจริญก้าวหน้าชนิดเดินทางข้ามทวีปได้
ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ค่าใช้จ่ายสูงเกินกำลังที่ผมจะ
จ่ายได้ การที่ราชการอนุเคราะห์จึงเป็นพระคุณอย่างยิ่งและ
ก็จะพยายามเก็บเรื่องที่(คิดว่า)น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อ
ว่าจะเป็นแนวคิดเล็กๆน้อยๆในการทำงาน(หรือการอื่นๆ)
หากเป็นประโยชน์ แม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้
ให้กับราชการบ้าง(ก็ยังดี) จริงไหมครับ
ประเทศทั้งสี่นี้ เป็นประเทศของมนุษย์เผ่าพันธุ์หนึ่งซึ่งคน
ไทยเราเรียกเขาว่า "ฝรั่ง" มนุษย์พันธุ์นี้มีผิวสีขาว มีคุณ
ลักษณะบางประการต่างไปจากเผ่าพันธุ์อื่น และลักษณะ
เหล่านี้ก็ทำให้ฝรั่งมีการพัฒนาทางวัตถุล้ำหน้าชนเผ่าอื่น
ไปมาก ถึงขนาดที่ยุคสมัยหนึ่งพวกฝรั่งยกพวกเดินทาง
ข้ามทะเลไปกวาดต้อนจับเอามนุษย์เผ่าอื่นมาขายเป็นสินค้า
เหมือนจับสัตว์ป่า ต่อมาก็ยกพวกไปยึดบ้านเมืองอื่นๆมาเป็น
เมืองขึ้นบ้าง บังคับให้ต้องปฏิบัติตามที่ตนเองต้องการบ้าง
จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบันที่สภาพเริ่มจะดีขึ้น(บ้าง) มีมนุษย์
เผ่าอื่นพัฒนาขึ้นมาทัดเทียม หรือเริ่มจะใกล้เคียงขึ้นมาบ้าง
แต่เมืองฝรั่งก็ยังเป็นเมืองที่น่าสนใจ เราน่าจะดูว่าเขาทำ
อย่างไรกับบ้านเมืองเขา อะไรดีก็น่าจะเลียนแบบได้ อะไร
ไม่ดีก็ไม่ต้องไปทำตาม ทำพูดไม่ชัด ร้องเพลงไม่ชัดคล้าย
ฝรั่งไม่เห็นจะเท่ห์ตรงไหน ที่ฝรั่งทำดีนี่ถ้าเราทำตามก็ไม่
น่าละอาย...ของดีๆใครทำก็ดีทั้งนั้น
ข้อตกลงเบื้องต้น...ในการเล่าเรื่องของผม ผมจะไม่บอกว่า
อะไรดี อะไรไม่ดี ผมจะเล่าไปเรื่อยตามที่เห็นมา ผู้อ่านต้อง
คิดเอาเอง และผมจะไม่เปรียบเทียบกับเมืองไทย จะไม่บอก
ว่ามันดีกว่าไทยยังงั้น มันแย่กว่าไทยยังงี้ แต่บางอย่างอาจ
จะเปรียบเทียบกับประเทศญี่ปุ่น คนเอเชียที่มีพัฒนาการไม่
ด้อยไปกว่าฝรั่ง ถ้าท่านผู้อ่านเห็นว่าที่เล่ามานี้อะไรมันดี
ก็ขยายต่อไปได้ครับ...ไม่สงวนลิขสิทธิ์
ผมรำมวยไหว้ครูมาตั้งนาน ยังไม่ได้ลงมือชก(เล่า)เลยคนอ่าน
คงรำคาญเต็มที...จะเล่าแล้วครับ โดยแบ่งเป็นส่วนๆ ดังนี้
ตอนแรกจะเป็นเรื่องสิ่งไม่มีชีวิต เช่นผืนดิน ถนน รถ แม่น้ำ
ลำคลองฯลฯ ตอนถัดไปเป็นเรื่องสิ่งมีชีวิต อันได้แก่ต้นไม้
สัตว์ ผู้คนพลเมือง (การศึกษาจะรวมอยู่ตรงผู้คนนี้แหละ)
แต่...ไหว้ครูจนเหนื่อย ขอพักก่อน....พรุ่งนี้ค่อยเล่านะครับ
วันนี้หมดแรงแล้ว....สวัสดี.
ตอนที่ 1 สิ่งไม่มีชีวิต
1.1 แผ่นดิน
เมืองแฟรงค์เฟิร์ท โคโลญจ์ อาเคน(เยอรมัน) อัมสเตอร์ดัม
และหมู่บ้านZaanse Schans(เนเธอร์แลนด์) บรูจจ์ และ
บรัสเซลส์(เบลเยี่ยม)ปารีส(ฝรั่งเศส)ที่รถของเราแล่นผ่านไป
ตลอดทั้งเส้นทางมีลักษณะต่างกันที่ในเยอรมันมีภูเขามาก อีก
สามประเทศเป็นที่ราบ และเนเธอร์แลนด์ลุ่มกว่าเขาหมด เป็น
ผืนดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำแต่น้ำไม่ท่วมด้วยความสามารถใน
การควบคุมธรรมชาติของชาวดัทช์ ลักษณะหนึ่งที่เหมือนกัน
ทั้งสี่ประเทศคือการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเป็นระบบ ส่วนทีใช้
ทำการเกษตร ส่วนที่เป็นป่าไม้ ส่วนที่ปลูกต้นไม้ ส่วนที่เป็น
บ้านเรือน ส่วนที่เป็นสิ่งก่อสร้างทันสมัย ส่วนที่ใช้ทำธุรกิจและ
อุตสาหกรรม เห็นต้นไม้ที่เขาปลูกหรือป่าไม้ที่เขารักษาไว้แล้ว
สบายตา แม้ในเมืองก็ยังมีส่วนที่เป็นป่า ภูมิทัศน์น่ามองมาก
ผมดูตลอดเส้นทางไม่เบื่อเลย เห็นแล้วต้องบอกว่าเขาจัดการ
กับแผ่นดินของเขาได้งดงาม
1.2 ถนน
ถนนในสี่ประเทศนี้ไม่ต่างกันมาก เชื่อมต่อติดกันหมดไม่มีด่าน
ตรวจคนเข้าเมือง สภาพถนนแข็งแรง แน่นหนา เรียบกริบ
ไม่มีรอยผุ ไม่มีรอยปะ ไม่มีหลุม เยอรมันสะอาดกว่าเพื่อน
อีกสามประเทศเริ่มเห็นขยะริมทาง ซึ่งฝรั่งเศสมีมากกว่าที่อื่น
นอกจากขยะแล้วทั้งสามประเทศนี้มีจิตรกรไม่รับเชิญไปพ่นสี
เป็นตัวอักษรยึกยือให้เห็นบ่อยๆ ซึ่งมากที่สุดก็เป็นฝรั่งเศสอีก
เช่นกัน เยอรมันน่าจะจัดระบบการสร้างถนนได้ดีที่สุดเพราะ
การจราจรไหลลื่นตลอด ทั้งทางด่วนและทางปกติ ทางม้าลาย
เยอรมันศักดิ์สิทธิมาก รถทุกคันวิ่งมาถึงทางม้าลายแล้วจอด
ให้คนข้าม ส่วนทางม้าลายของฝรั่งเศสก็ศักดฺิ์สิทธิพอตัว
(ยังต้องระวังอยู่บ้าง) อีกสองประเทศก็ใกล้เคียงเยอรมันคือ
ไว้ใจได้ ทุกประเทศมีทางจักรยาน และเห็นจักรยานเยอะแยะ
ทางจักรยานของเขาก็มีสภาพแข็งแรงและสะอาด ถนนที่วิ่งเข้า
หมู่บ้านชนบทของเขาเห็นแล้วอยากยกไปที่ซอยบ้านผม แต่
พอคิดอีกทีไม่รู้จะยกซอยบ้านผมเอาไปไว้ไหน ก็เลยเลิกคิด
สรุปได้ว่าการสร้างถนน การออกแบบ การใช้ถนนของเขาทำ
ให้คนใช้ถนนมีความปลอดภัย เป็นถนนที่น่าใช้
ผมคิด(เอง)ว่าเหตุที่ถนนเขาน่าใช้ ต้องประกอบด้วยสิ่งเหล่านี้
คือประการแรกต้องมีการวางผังไว้ล่วงหน้าทั้งระบบ เพราะถนน
ของเขาไม่มีการยูเทิร์น แต่มีทางออก ทางเข้าเป็นระยะ หากถนน
ตัดกันจะมีเส้นหนึ่งอยู่ข้างบน อีกเส้นอยู่ข้างล่าง ถ้าไม่วางผังไว้
ไม่เป็นอย่างนี้แน่ๆ ประการที่สองการก่อสร้างต้องได้มาตรฐาน
ระหว่างอยู่ในเยอรมัน มีทางช่วงหนึ่งกำลังทำอยู่เขาจะมีแผงกั้น
ตลอดแนว รถวิ่งเข้าไปไม่ได้ พื้นถนนที่อัดไว้ชั้นหนึ่งก็เรียบ
เหมือนกระดาษ ประการที่สามรถยนต์ของเขาต้องไม่บรรทุก
น้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายเขากำหนดไว้ สังเกตุดูรถบรรทุกของ
เขาจะมีลักษณะเป็นกล่องไม้ขีดแบนๆ เป็นกล่องปิดครับไม่มีกล่อง
เปิดไว้บรรทุกมากๆโดยไม่จำกัด สภาพถนนที่แข็งแรงแบบนี้เหมือน
ถนนในญี่ปุ่น จ้าวแห่งเทคโนโลยีของทวีปเอเชีย
1.3 รถยนต์ รถจักรยาน และรถจักรยานยนต์
รถจักรยานเยอะมาก เนเธอร์แลนด์เยอะที่สุด มีที่จอดรถจักรยานบน
ริมทางให้เป็นระยะ คนถีบจักรยานเต็มไปหมดบนถนนสีออกแดงๆ
ซึ่งเป็นทางจักรยาน จักรยานยนต์มีค่อนข้างมากในฝรั่งเศส แต่อีก
สามประเทศนั้นมีน้อยเอามากๆ แทบไม่เห็นเลย ถ้าจะพบสักคันก็
จะเป็นจักรยานยนต์ขนาดใหญ่เบ้อเริ่ม(ที่เราเรียกช็อปเปอร์) ส่วน
รถเก๋งเห็นรถเก๋งรูปทรงสั้นๆปุ้นๆท้ายตัด(รูปทรงแบบแจซ ยาริส
หรือมาร์ช ที่ขายในไทย)เป็นจำนวนมาก(น่าจะถึง80%)ฝรั่งเศส
จะมีรถญี่ปุ่น เกาหลีวิ่งเยอะ ในเบลเยี่ยมกับเนเธอร์แลนด์มีบ้าง
แต่ในเยอรมันมีน้อย เขาใช้รถเมอร์ซีเดส โฟล์ค.....และรถยี่ห้อฝรั่ง
เป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกยี่ห้อออกแบบมาเป็นตูดสั้นๆกันทั้งสิ้น เข้าใจ
ว่าพื้นที่จอดมีน้อย รถตูดสั้นเข้าจอดง่าย บางคันสั้นจนเหมือนรถ
ครึ่งคัน คือมีที่นั่งข้างหน้าสองที่แล้วก็ตัดด้วนทันที รถบรรทุกสิบล้อ
ไม่พบเลย มีแต่เกินสิบล้อซึ่งเมื่อมีล้อมีเพลามากการเฉลี่ยน้ำหนักที่
กดลงบนพื้นถนนจะเฉลี่ยไปประกอบกับกระบะบรรทุกที่เป็นกล่อง
ปิดทรงแบนๆ ก็น่าจะใส่สิ่งของที่บรรทุกได้จำกัด ปั๊มน้ำมันเป็น
ระบบลูกค้าต้องเติมเอง ทุกปั๊มจะมีแบบเหมือนกันหมด มีทางเข้า
ทางออกพื้นที่จอดพักรถบรรทุก พื้นที่จอดรถเล็ก (กว้างมาก) พื้นที่
จอดรถ(พัก)จะอยู่ห่างจากตัวปั๊มพอควร ไม่ให้รถมาเกะกะที่ปั๊ม เติม
น้ำมันเสร็จ เขาเคลื่อนไปเข้าที่จอดพักทันที ถนนและทางเดินในปั๊ม
เรียบร้อยเช่นเดียวกับถนนใหญ่ และเช่นเคยเยอรมันมีขยะน้อยหรือ
ไม่มี ส่วนอีกสามประเทศมีขยะ และมากสุดคือฝรั่งเศส
บริการรถสาธารณะของฝรั่ง เช่นรถไฟ รถราง รถไฟฟ้า มีมาก ที่จอด
รถยนต์ส่วนตัวหายาก ค่าจอดแพง ฝรั่งจึงนิยมจอดรถอยู่นอกเมือง
แล้วขึ้นรถบริการ...ไปทำงานในเมือง ส่วนคนอยู่ใกล้ที่ทำงานรู้สึกจะ
ใช้จักรยานสองล้อกันเกือบหมด ฟังว่าในอัมสเตอร์ดัมมีจักรยานนับ
ล้านคัน รถแท็กซี่มีมาก รถสวยๆ ยี่ห้อดังๆ ทุกยี่ห้อเป็นแท็กซี่ได้
ทั้งนั้นแหละครับ แท็กซี่ยี่ห้อเมอร์ซีเดส เบนซ์ นี่เต็มเยอรมันเลย
ส่วนรถปิคอัพ ไม่พบทั้งสี่ประเทศ
1.4 แม่น้ำลำคลอง
ลงเรือที่ท่าเรือ ST.GOAR ล่องแม่น้ำไรน์(เยอรมัน)ประมาณ 1 ชม.
ลงเรือในคลองเพื่อชมกรุงอัมสเตอร์ดัมประมาณ 30 นาฑี ที่เมือง
บูจจ์ ของเบลเยี่ยมก็ยังลงเรือชมคลอง ชมเมืองอีกประมาณ 30นาฑี
ลงเรือล่องแม่น้ำแซน ที่กรุงปารีส อีกประมาณ 1 ชม.
ได้เห็นแม่น้ำไรน์ และคลองในเนเธอร์แลนด์กับเบลเยี่ยม(สองชาติ
นี้มีคลองมาก) บอกได้ว่าแม่น้ำไรน์สวย สะอาด หาขยะลอยมากับน้ำ
ไม่พบ สองฝั่งแม่น้ำถูกดูแลอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีสิ่งก่อสร้างยื่น
ออกมาในแม่น้ำยกเว้นท่าเรือซึ่งก็ทำขนาดเล็กๆ และยกเก็บได้
เมืองสองฝั่งแม้น้ำซึ่งแต่ละเมืองจะอยู่ห่างๆกัน สวยทุกเมือง มีทางรถ
ไฟขนานไปกับแม่น้ำทั้งสองข้าง ทางรถยนต์คู่ขนานกับทางรถไฟ
ภูมิประเทศสองฝั่ง ในส่วนที่ไม่ใช่ตัวเมืองก็คือภูเขา ป่าไม้ สวนองุ่น
บนยอดเขาบางแห่งจะมีปราสาทโบราณตั้งอยู่ ถ่ายรูปมาหลายรูป จะ
ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยนำภาพลงในบล็อกต่อไป(ทำเองไม่เป็น) ในน้ำ
พบนกน้ำชนิดต่างๆ เป็นระยะๆ ดูเหมือนฝรั่งจะไม่ทำร้ายสัตว์ หงส์
นกเป็ดน้ำ นกอัญชัญ ฯลฯก็เลยอยู่กันสบายใจ ยิ่งในคลองกลางเมือง
อัมสเตอร์ดัม เมืองบรูจจ์ เล่นกันเป็นฝูงๆ เลย แต่ในคลองของสอง
ประเทศนี้ไม่สะอาดเหมือนแม่น้ำไรน์ของเยอรมัน เพราะมีขวดน้ำ
ขยะพลาสติก ลอยฟ่องทั่วไป สีน้ำในคลองค่อนข้างคล้ำ แต่ก็ไม่มี
กลิ่นเหม็น ต่างกับแม่น้ำไรน์ที่สะอาด สองฝั่งมีหลักกิโลเมตรบอก
ระยะทางเหมือนถนนสายหนึ่งเลย ส่วนแม่น้ำแซนของฝรั่งเศสก็
ค่อนข้างสะอาด แต่ขยะยังเห็นอยู่ทั่วไป ที่เหมือนกันคือนกน้ำอยู่ได้
ทั่ว สองฝั่งแม่น้ำแซนมีชายหญิงทั้งหนุ่มสาวและสูงอายุ มาอาบแดด
กันมาก บางคนถอดเสื้อผ้าจนหมดซึ่งก็ไม่มีอะไรเจริญตานัก ถ้าเปรียบ
กับแม่น้ำไรน์ที่เยอรมันแล้ว แม่น้ำไรน์จะสบายตากว่ามากทีเดียว
วันต่อไปจะนำภาพถ่ายมาลงให้ชมกันนะครับ.
ภาพเมืองริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ประเทศเยอรมัน บนภูเขามีปราสาทโบราณ
ทางรถไฟเลียบริมแม่น้ำ คู่ขนานกับทางรถยนต์ มีอยู่ทั้งสองฝั่ง

ตัวเลขบอกระยะทางของแม่น้ำไรน์ เช่นเดียวกับหลักกิโลเมตรริมถนน
ท่าเทียบเรือโดยสาร ทำเป็นสะพานยื่นออกมานิดเดียว ไม่เกะกะ
ถนน ริมถนนเป็นหมู่บ้านชนบท และพื้นที่การเกษตร
ถนนในเมืองบรูจ ประเทศเบลเยี่ยม สีแดงคือทางจักรยาน

7.7.54

8 ปี สพฐ.

วันที่ 7 ก.ค.54 เป็นวันที่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มีผลบังคับใช้ครบ 8 ปี
เมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับ มีหน่วยงานที่ถูกยุบเลิก ได้แก่
สปช./สปจ./สปอ./สปก./กรมวิชาการ/กรมสามัญศึกษา/
สศ.จ/ศธ.จ/ศธ.อ. ทั้งหมดนี้ยุบมารวมกันแล้วเกิดใหม่
ชื่อว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
ดังนั้นจึงเป็นวันที่ สพฐ.มีอายุครบรอบ 8 ปีด้วย สพป.ชบ.3
ได้จัดทำบุญเลี้ยงพระ นิมนต์พระ 9 รูปเจริญพระพุทธมนต์
แล้วฉันภัตตาหารเพล มีโรงเรียนต่างๆและหน่วยงานใกล้ๆ
มาร่วมทำบุญด้วยกันจำนวนหนึ่ง ขออนุโมทนาและขอบคุณ
ทุกๆท่านที่มาทำบุญด้วยกัน.
ในส่วนของ สพป.เราได้ช่วยกันทำความสะอาดสำนักงาน
ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น ผมคิดว่าทุกคนคงมีจิตสำนึกว่า
สพฐ.คือองค์กรที่ทำให้เรามีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูตนเอง
และครอบครัว เราจึงได้ร่วมกันแสดงความกตัญญูต่อ สพฐ.
ด้วยการทำบุญในวันครบรอบ 8 ปี และตั้งปณิธานว่าจะ
ช่วยกันปฏิบัติงานตามหน้าที่ให้เต็มความสามารถ เพื่อให้
งานบรรลุเป้าหมายขององค์กรต่อไป.
เมื่อวันที่ 7ก.ค.46 นั้นพวกเราส่วนใหญ่มีความรู้สึกเหมือน
คนบ้านแตก(หน่วยงานเดิมถูกยุบ)แต่บ้านใหม่ของเราคือ
สพท./สพฐ.ก็ได้ช่วยให้เราอุ่นใจขึ้น ช่วยให้เรามีความสุข
ในการทำงาน เป็นที่พึ่งพิงอาศัย จึงขอฝากถึงชาว สพป.
ชลบุรี เขต 3 ทุกท่านให้ช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดี
ที่สุด บ้านของเราจะได้แข็งแรงมั่นคง เจริญก้าวหน้า เป็น
บ้านอบอุ่น น่าอยู่ ประชาชนก็จะชื่นชม สพฐ.ของเราว่าเป็น
หน่วยงานทรงคุณค่าอย่างแท้จริง.

6.6.54

ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ผมได้มีโอกาส
เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬา-
ภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎ-
ไทย ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย นับเป็น
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย สายแรก
ในชีวิต และไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชีวิต
นี้จะมีโอกาสได้รับ จึงรู้สึกภาคภูมิใจเป็นที่ยิ่ง
และตั้งใจว่าจะตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยความ
สุจริตไปจนกว่าจะครบเกษียณ และเมื่อพ้น
จากราชการแล้วก็จะทำหน้าที่พลเมืองดี
ไปจนกว่าจะสิ้นอายุ สนองพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระราชทาน
เกียรติยศให้กับข้าราชการคนหนึ่ง
ในโอกาสนี้ได้นำเอาความรู้เล็กๆน้อยๆ
เกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศไทย
(คัดจาก "ประมวลกฎหมายเครื่องราช-
อิสริยาภรณ์ไทย"พ.ศ.2550 ของสำนัก
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ "คู่มือปฏิบัติงาน
ด้านการบริหารงานบุคคล"พ.ศ.2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ)

ดังนี้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์คือสิ่งที่เป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศและ
บำเหน็จความชอบ ซึ่งพระมหากษัตริย์พระราชทานเป็นความชอบใน
ราชการหรือส่วนพระองค์ ในประเทศไทยเริ่มปรากฏครั้งแรกราว พ.ศ.
2400(ปีที่ 7ในรัชกาลที่ 4)ยังไม่มีพระราชบัญญัติให้เรียกว่าอย่างไร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงเรียกว่า"เครื่องประดับสำหรับยศ"
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ตราพระราชบัญญัติ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2416 เรยกว่า"เครื่อง
ราชอิสริยยศ"มาจนถึง พ.ศ.2432จึงได้เปลี่ยนมาเรียกว่า"เครื่องราช-
อิสริยาภรณ์"จนถึงปัจจุบัน
"ประถมาภรณ์มงกุฎไทย" เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทาน
เป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดินในตระกูลมงกุฎไทย ชั้นที่ 1
ซึ่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้มี 8 ชั้น ได้แก่
(1)ชั้นสูงสุด "มหาวชิรมงกุฎ"(ม.ว.ม.)
(2)ชั้นที่ 1 "ประถมาภรณ์มงกุฎไทย"(ป.ม.)
(3)ชั้นที่ 2 "ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย"(ท.ม.)
(4)ชั้นที่ 3 "ตริตาภรณ์มงกุฎไทย"(ต.ม.)
(5)ชั้นที่ 4 "จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย"(จ.ม.)
(6)ชั้นที่ 5 "เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย"(บ.ม.)
(7)ชั้นที่ 6 "เหรียญทองมงกุฎไทย"(ร.ท.ม.)
(8)ชั้นที่ 7 "เหรียญเงินมงกุฎไทย"(ร.ง.ม.)
ลักษณะของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "ประถมาภรณ์มงกุฎไทย"อธิบายไว้
ในพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย
พ.ศ.2484 มาตรา 8 ว่า"ดวงตราเป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ในลายหว่านล้อม
ทอง พื้นลงยาสีน้ำเงินและสีแดง มีกระจังเงินใหญ่สี่ทิศ เล็กสี่ทิศ มีรัศมีทอง
สลับตามระหว่าง ด้านหลังเปลี่ยนพระมหามงกุฎเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ
จ.ป.ร.เบื้องบนมีจุลมงกุฎห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง 10 เซ็นติเมตรสีน้ำเงิน
ริมเขียวมีริ้วเหลืองริ้วแดง ขนาดใหญ่ควบคั่นทั้งสองข้าง สะพายบ่าขวาเฉียง
ลงทางซ้าย กับมีดารารูปอย่างด้านหน้าดวงตรา แต่ไม่มีจุลมงกุฎ ด้านหลัง
เป็นทอง ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย สำหรับพระราชทานสตรีนั้น ดวงตรา ดารา
และสายสะพายมีขนาดย่อมกว่า"
หวังว่าจะเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ สำหรับท่านที่สนใจ มิได้คิดโอ้อวดนะครับ
อีกไม่นานนักผมก็จะเกษียณอายุไปเป็นพลเมืองดีเต็มขั้นแล้ว.
นายแบบที่แต่งเต็มยศคือตัวผมเอง ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น ป.ม.และ
ท.ช. ช่างถ่ายภาพแต่งหน้าดูเป็นหนุ่มกว่าอายุจริงนิดหน่อย เพราะว่าตัวจริง
จะมีผมสีน้ำนมแทรกค่อนข้างมาก แต่การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะถูก
ต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯทุกประการ ใช้เป็นต้นแบบได้.