6.6.54

ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ผมได้มีโอกาส
เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬา-
ภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎ-
ไทย ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย นับเป็น
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย สายแรก
ในชีวิต และไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชีวิต
นี้จะมีโอกาสได้รับ จึงรู้สึกภาคภูมิใจเป็นที่ยิ่ง
และตั้งใจว่าจะตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยความ
สุจริตไปจนกว่าจะครบเกษียณ และเมื่อพ้น
จากราชการแล้วก็จะทำหน้าที่พลเมืองดี
ไปจนกว่าจะสิ้นอายุ สนองพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระราชทาน
เกียรติยศให้กับข้าราชการคนหนึ่ง
ในโอกาสนี้ได้นำเอาความรู้เล็กๆน้อยๆ
เกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศไทย
(คัดจาก "ประมวลกฎหมายเครื่องราช-
อิสริยาภรณ์ไทย"พ.ศ.2550 ของสำนัก
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ "คู่มือปฏิบัติงาน
ด้านการบริหารงานบุคคล"พ.ศ.2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ)

ดังนี้
เครื่องราชอิสริยาภรณ์คือสิ่งที่เป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศและ
บำเหน็จความชอบ ซึ่งพระมหากษัตริย์พระราชทานเป็นความชอบใน
ราชการหรือส่วนพระองค์ ในประเทศไทยเริ่มปรากฏครั้งแรกราว พ.ศ.
2400(ปีที่ 7ในรัชกาลที่ 4)ยังไม่มีพระราชบัญญัติให้เรียกว่าอย่างไร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงเรียกว่า"เครื่องประดับสำหรับยศ"
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ตราพระราชบัญญัติ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2416 เรยกว่า"เครื่อง
ราชอิสริยยศ"มาจนถึง พ.ศ.2432จึงได้เปลี่ยนมาเรียกว่า"เครื่องราช-
อิสริยาภรณ์"จนถึงปัจจุบัน
"ประถมาภรณ์มงกุฎไทย" เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทาน
เป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดินในตระกูลมงกุฎไทย ชั้นที่ 1
ซึ่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้มี 8 ชั้น ได้แก่
(1)ชั้นสูงสุด "มหาวชิรมงกุฎ"(ม.ว.ม.)
(2)ชั้นที่ 1 "ประถมาภรณ์มงกุฎไทย"(ป.ม.)
(3)ชั้นที่ 2 "ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย"(ท.ม.)
(4)ชั้นที่ 3 "ตริตาภรณ์มงกุฎไทย"(ต.ม.)
(5)ชั้นที่ 4 "จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย"(จ.ม.)
(6)ชั้นที่ 5 "เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย"(บ.ม.)
(7)ชั้นที่ 6 "เหรียญทองมงกุฎไทย"(ร.ท.ม.)
(8)ชั้นที่ 7 "เหรียญเงินมงกุฎไทย"(ร.ง.ม.)
ลักษณะของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "ประถมาภรณ์มงกุฎไทย"อธิบายไว้
ในพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย
พ.ศ.2484 มาตรา 8 ว่า"ดวงตราเป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ในลายหว่านล้อม
ทอง พื้นลงยาสีน้ำเงินและสีแดง มีกระจังเงินใหญ่สี่ทิศ เล็กสี่ทิศ มีรัศมีทอง
สลับตามระหว่าง ด้านหลังเปลี่ยนพระมหามงกุฎเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ
จ.ป.ร.เบื้องบนมีจุลมงกุฎห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง 10 เซ็นติเมตรสีน้ำเงิน
ริมเขียวมีริ้วเหลืองริ้วแดง ขนาดใหญ่ควบคั่นทั้งสองข้าง สะพายบ่าขวาเฉียง
ลงทางซ้าย กับมีดารารูปอย่างด้านหน้าดวงตรา แต่ไม่มีจุลมงกุฎ ด้านหลัง
เป็นทอง ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย สำหรับพระราชทานสตรีนั้น ดวงตรา ดารา
และสายสะพายมีขนาดย่อมกว่า"
หวังว่าจะเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ สำหรับท่านที่สนใจ มิได้คิดโอ้อวดนะครับ
อีกไม่นานนักผมก็จะเกษียณอายุไปเป็นพลเมืองดีเต็มขั้นแล้ว.
นายแบบที่แต่งเต็มยศคือตัวผมเอง ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น ป.ม.และ
ท.ช. ช่างถ่ายภาพแต่งหน้าดูเป็นหนุ่มกว่าอายุจริงนิดหน่อย เพราะว่าตัวจริง
จะมีผมสีน้ำนมแทรกค่อนข้างมาก แต่การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จะถูก
ต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯทุกประการ ใช้เป็นต้นแบบได้.

1 ความคิดเห็น:

  1. ผมฝันอยากเป็นข้าราชการ จะได้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์กับเขาบ้าง (มากๆ ๆ ๆ)

    ตอบลบ